Wednesday, May 16, 2007

Dhamma Drama

วันนี้ "ชมรมสบายใจ" ที่ทำงานได้นิมนต์พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโตและทีมงานธรรมะเดลิเวอรี่ มาเทศน์ให้ฟังในหัวข้อ "ทักษะชีวิตกับการทำงานอย่างมีความสุข" สำหรับพระมหาสมปองคงไม่ต้องอธิบายกันมาก ท่านเป็นพระนักเทศน์ชื่อดังแห่งยุคนี้ คนส่วนใหญ่ที่เข้าฟัง คาดหวังจะได้ฮาสุดๆ กับมุขของท่านที่มีล้นเหลือ เหนือกว่าดูตลกค่าเฟ่ซะอีก แต่ก็สอดแทรกพระธรรมคำสอนดีดีมากมาย ผมเองก็คาดหวังไม่ต่างจากนั้น


เสียดายที่พระอาจารย์มีเวลาเทศน์ให้พวกเราฟังไม่ถึงชั่วโมง เพราะมีคิวต้องเดินทางต่อ รับนิมนต์อีกงานหนึ่งไว้ที่พัทยา แต่ช่วงเวลาที่ได้ฟังท่านเทศน์ ถือว่าไม่ผิดหวังสำหรับมุขสุดฮาความถี่สูง นาทีละกว่า 4-5 มุข ถ้าเปรียบกับดูหนัง ผมคิดว่ายังขาดตอนจบ เพราะเท่าที่เห็นท่านในรายการทีวีหลายๆ รายการ ก็ยังไม่ชัดเจนนัก ไม่เป็นไร ถ้ามีโอกาสคงได้ติดตามท่านต่อไป แต่ท่านก็ได้ส่งไม้ต่อให้พระมหาชัยรัตน์ หนึ่งในทีมงานธรรมะเดลิเวอรี่ ที่ท่านปั้นขึ้นมา ซึ่งเทียบชั้นกันก็ยังห่างกับพระมหาสมปองอยู่โขนัก แต่ฉายแววดีอนาคตไกลแน่นอน

ฟังพระมหาสมปองทำให้ผมนึกถึงยุคของตลก โน้ต เชิญยิ้ม ซึ่งผมว่าเป็นตลกคนแรกที่เปลี่ยนยุคของตลก จากฮาด้วยกายภาพเป็นฮาด้วยวาจาพรั่งพรู

เหตุที่มาเขียนถึงเรื่องนี้ "ธรรมะดราม่า" ก็เพราะว่าตอนท้ายของการบรรยายจบด้วยเรื่องพระคุณแม่ ที่ทำเอาผู้ฟังส่วนใหญ่น้ำตาไหลพราก (ผมแค่น้ำตาซึม) แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงที่นั่งด้านหน้าและด้านข้างผมหลายๆ ท่าน ทำให้รู้อีกอย่างหนึ่งว่าผู้ชายก็อ่อนไหวไม่แพ้ผู้หญิง(โดยเฉพาะเรื่องแม่) สมัยเรียน ปวส. ที่สถาบันฯ เคยมีหลักสูตรบังคับให้ไปอบรมธรรมะที่วัดสวนแก้ว 3 วัน 2 คืน โดยคืนสุดท้ายก่อนกลับผมก็เคยเจอมุขพระคุณแม่มาแล้ว ตอนนั้นนักศึกษาร้องไห้กันโฮ ด้วยลีลาและถ้อยคำการเทศน์ประกอบดนตรี (เพลงสวดมนต์ที่ทุกวันนี้ผมยังหาไฟล์ไม่ได้ เป็นทำนองแขกๆ หน่อย ...พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ...) ของพระอาจารย์พยอมกัลยาโณ แต่คราวนี้เป็นการนำเสนอด้วยเรื่องความรักความกตัญญูของในหลวงที่มีต่อสมเด็จย่า พาเข้าสู่เรื่องพระคุณแม่ ประกอบเพลงและดนตรีซึ้งๆ หลายคนรวมทั้งผมก็อินสุดสุดนะครับ

ผมแวบคำว่า "Dhamma Drama" ขึ้นมาในทันใดนั้น ทำไมคนเราติดละคอนได้เหนียวแน่นหนึบ มีอารมณ์ร่วม หัวเราะ ร้องไห้ ให้กับตัวละคอนได้มากและจริงจังขนาดนั้น ธรรมะสมัยนี้ก็ต้องใช้วิธีเดียวกัน จึงจะเข้าถึงประชาชนได้ แล้วที่ทำให้คนดูคนฟังติดได้มากที่สุดทุกเพศทุกวัย คือ ตลกกับซึ้งสะเทือนอารมณ์ และก็เพราะว่าวิธีนี้ทำให้คนเราเป็นพระเอกนางเอกในละคอนของชีวิตตัวเองได้ทุกคน


แต่ทำอย่างไรจะให้อารมณ์ซึ้งกินใจกับธรรมะ อยู่กับพวกเราอย่างต่อเนื่องและตลอดไป สังคมของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้จะได้เห็นทางสว่าง และเดินสวนทางกับที่เป็นอยู่

แหล่งข้อมูลที่เนื้อหาสัมพันธ์กัน: ‘ธรรมบันเทิง’ เปลี่ยนโรงละครเป็นวัด

No comments: