Friday, June 08, 2007

รู้ตัวช้า...ระวังหมดอายุ

ชื่อเรื่องมาจากชื่อเพลง เป็นเพลงที่ผมคิดถึงเนื้อหาของมันขึ้นมา เมื่อผมนึกจะเขียนเรื่องต่อไปนี้
ี้

เมื่อคืนได้ดูรายการเจาะใจ ช่วงที่แขกรับเชิญคือ คุณ บอ.บู๋ คอลัมนิสต์กีฬาปาก(กา)จัด เด็กผีเข้าไส้ มาเล่าเรื่องราวความเจ็บป่วยกับอาการ หูดับ เป็นอุทาหรณ์สอนให้ระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ใส่แว่นสายตาแล้วนอนดูทีวีเป็นประจำ (ผมก็คนหนึ่ง)

บอ.บู๋บอกว่าน่าจะเป็นขาแว่นราคาแพงของตัวเองอันปัจจุบันนี่แหละ ที่แทงเข้าไปในรูหูข้างซ้าย ระหว่างที่นอนดูหนังอยู่บนเตียง แล้วหลับไป จนทำให้แก้วหูทะลุ แล้วก็เป็นที่มาของความผิดปกติในการได้ยิน เรื่อยมาจนกระทั่งมีอาการหูดับดังกล่าว เรื่องนี้สอนให้ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง อย่าประมาทแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพราะผลกระทบที่ตามมามันอาจจะบานปลายใหญ่โตกว่าที่เราคิดนะครับ

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ การใช้ชีวิตหลังจากนั้น บอ.บู๋บอกว่าช่วงแรก มีผลกระทบกับตัวเองอย่างมาก กลายเป็นคนอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิด และโมโหง่าย มักจะทะเลาะกับแฟนบ่อย แต่พอผ่านมาระยะหนึ่งเขาก็ค่อยๆ ปรับตัวให้คุ้นเคย เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันได้ โดยกำลังใจเกิดจากการได้อ่าน ได้รับรู้ เรื่องของคนอื่นที่แย่กว่าตัวเอง เจอเรื่องหนักๆ กว่าตัวเองหลายร้อยเท่านัก ทำให้จิตใจเข้มแข็งขึ้น แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายที่สุดในชีวิตของบอ.บู๋ เรื่องที่ว่าร้ายๆ ที่เคยเจอมา กลายเป็นเรื่องจิ๊บๆ ไปเลย

การที่คนเรามีอวัยวะครบ 32 แล้วอยู่ๆ วันหนึ่งอวัยวะหรือความสามารถบางอย่างมันขาดหายไป ตัวเราเองจะรู้สึกแย่มากๆ ประมาณว่ารู้คุณค่าก็เมื่อตอนมันจากไปซะแล้ว ผมคิดว่าไม่เพียงเรื่องสุขภาพร่างกาย แต่เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะคน สัตว์ สิ่งของ และโดยเฉพาะคนรอบข้างเรา ครอบครัว เพื่อนสนิท คนที่เรารัก ทุกวันนี้เขาอยู่ใกล้ๆ เรา ทำสิ่งดีดีที่กลายเป็นความเคยชินให้เรา จนเรามองข้ามคุณค่าของพวกเขาไปรึเปล่า ระวังหมดอายุนะ

แต่ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่มีใคร ก็ตัวคุณเองนั่นแหละ มองให้เห็นและอิ่มเอมใจในคุณค่าของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ รักและใส่ใจตัวเองอย่างที่ตัวเราเป็นกันนะครับ

No comments: