Tuesday, September 18, 2007

ต่ำกว่าสายตา

สัปดาห์ก่อน น้องที่ทำงานคนหนึ่ง บ่นให้ฟังระหว่างลงลิฟต์ว่า ไม่รู้ผู้บริหารจับเค้ามาทำอะไร 10 เดือนผ่านมาแล้ว ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แถมภาพลักษณ์ส่วนตัว เสียหาย เนื่องจากมีแนวโน้มเปลี่ยนใจจากดีลกับคู่ค้ารายใหญ่ ที่น้องเค้าเป็นคน lead เข้ามา

"ใจเย็นๆ หาโอกาสรีบคุย รีบเคลีย กับผู้ใหญ่ ก่อนดีกว่า" ผมได้แต่แนะนำไปอย่างนั้น อาจไม่ใช่น้องคนนี้เพียงคนเดียวที่คิด และรู้สึกแบบนี้ แต่อีกหลายคนยังไม่กล้าแสดงออก ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมมนุษย์เรา ต้องเป็นทุกข์กับเรื่องของธุรกิจ ตัวเลข เงินๆ ทองๆ มากมายนักนะ

เรื่องแบบนี้ ถ้ามองที่เจตนา ไม่มีใครผิด ผู้บริหารก็คิดว่าน้องเค้าเหมาะสม น่าจะใช้ความสามารถที่มีอยู่ (และเป็นที่ยอมรับ) ช่วยให้โครงการเกิด และเติบโตได้ ตามเป้าหมาย เมื่อเวลาเนิ่นนานผ่านมา ความรู้สึกมีคุณค่าเริ่มถดถอย เพราะไร้ซึ่งผลงาน ทั้งที่ทำเต็มที่ เหตุมีหลากหลายปัจจัย ทุกเรื่องทำความเข้าใจกันได้ โดยเฉพาะความรู้สึกของคนทำงาน ขอเพียงแต่อย่ากดดันกันและกันมากเกินไป

สำหรับโครงการนี้ ผมอยู่ฝ่ายเทคนิค (แต่ทำเองไม่ได้) ยอมรับเต็มประตู (ตามที่ฝ่ายธุรกิจกล่าวโทษ) ว่าคราวนี้ โครงสร้างทางเทคนิค ต้องเกิดก่อน ฝ่ายธุรกิจถึงจะทำมาหารายได้ได้เอง จริงๆ แล้วทำขนานกันไปได้เลย โครงสร้างก็ทำกันไป ส่วนความต้องการทางธุรกิจก็คิดกันไป ไม่จำเป็นต้องรอกันและกัน เพียงแต่ขอให้คุย และทำความเข้าใจกันเสมอ (ผมเข้าใจว่า ฝ่ายธุรกิจเองก็ถูกกดดันเรื่องรายได้ เค้าย่อมให้เวลากับอย่างอื่นมากกว่าโครงการนี้)



สำหรับตัวโครงการ ได้แนวทางที่ชัดเจนจากอัศวินม้าขาว(คนเดิม) มาแล้ว แต่ยังเป็นห่วงเรื่องกำลังของคนทำงาน เพราะทีมก็ไม่ใช่ Spartan Army ซะด้วย

เฮ้อ! คนเรา เมื่อไร้ความสามารถ ศีรษะย่อมอยู่ต่ำกว่าสายตาของคนรอบข้าง -- นี่แหละ! สัจธรรมในโลกของธุรกิจ

ภาพประกอบ: http://www.navin.lbinc.info

No comments: