Wednesday, March 26, 2008

วิถีแห่งความสุข

เมื่อวานนี้มีโอกาสได้อ่าน วิถีแห่งความสุข จากลิงก์ที่แนะนำโดยน้องกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง อ่านจบแบบผ่านๆ ในเวลา 10 นาที เหมือนสมองได้หยุดพัก จากความหมกมุ่นกับปัญหาชีวิตที่รุมเร้า (ซึ่งผมคิดว่ามันหนักอึ้ง เพราะหาทางออกไม่ได้) ที่ผ่านมาเคยบอกกล่าวเล่าความใครต่อใครว่า ทุกปัญหามีทางออก แม้แต่การปล่อยวาง นิ่งเฉย ไม่ทำอะไรเลย ในบางครั้งอาจเป็นการแก้ปัญหาที่ดี -- ถึงคราวที่ประสบพบตรงกับตัวเองเข้าจังๆ เหมือน "ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด" อยู่ในสภาวะสุญญากาศทางปัญญา

สุขไม่ได้อย่างที่เขียน เนียนไม่ได้อย่างที่บอก นึกถึงบทความ คาลิล ยิบราน: คิดได้ เขียนได้ แต่ใช่ว่าจะปฏิบัติได้ ทุกครั้งไป

ทุกข์ของผม เกิดจากความอยาก ความคาดหวัง หวังว่าจะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี วางรากฐานอนาคตความสุขสบายให้กับเมียและลูก รวมไปถึงบุพการี แต่วันนี้มีเหตุการณ์ ซึ่งอาจจะทำให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ ก็เลยทุกข์ -- สิ่งแย่ๆ ที่ตามมาคือ มันกลายเป็นทำให้ผมลืมทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทั้งที่เตือนตัวเองเสมอว่า จะไม่ปรนเปรอใครด้วยทรัพย์สินเงินทอง เพราะนั่นไม่ใช่สุขที่แท้ของชีวิต ผมทำให้คนที่รักเป็นกังวล แสดงออกถึงความอ่อนแอ ผมมันแย่ ผมมันแพ้... (เอ้า! เล่นคำคล้องจอง จนเลยเถิด)

พอได้อ่านวิถีแห่งความสุข ทำให้ได้ฉุกคิดขึ้นมาบ้าง (เลยมาบันทึกเตือนตัวเองอยู่นี่ยังไง) ...

แค่ดูจิตตัวเองเท่านั้น
จิตจะดีหรือไม่ดี ก็ไม่ต้องพยายามแก้ไขจิตใจตัวเอง
การแค่ดูจิตตัวเอง เป็นการทำให้เกิดปัญญา
รู้แจ้งความจริงว่า
จิตนั้นไม่เที่ยง (อนิจจัง)
จิตนั้นเป็นทุกข์ (ทุกขัง)
จิตนั้นไม่ใช่ตัวตนที่บังคับได้ (อนัตตา)



ผมว่า ปัญหามันจะมาคู่กับปัญญา เพียงแต่ว่าตัวเราจะอยู่รอจนได้พบปัญญา หรือเปล่า เท่านั้นละ

No comments: