Sunday, March 23, 2008

No Country For Old Men

วานนี้เพิ่งมีโอกาสได้ดู No Country For Old Men ด้วยความที่ไม่ใช่คอหนังตัวจริง สไตล์(เคยมีด้วยหรือ?)ความคาดหวังแบบบ้านๆ ที่ว่า ตอนจบหนังจะสรุปรวบยอดให้เสร็จสรรพ กลับไม่เป็นดังคาด แต่ต้องยอมรับว่าการเดินเรื่องชวนให้น่าติดตามจริงๆ โดยเฉพาะเส้นทางการไล่ล่าและการหลบหนี ระหว่างผู้ล่า Anton Chigurh (Javier Bardem) และผู้ถูกล่า Llewelyn Moss (Josh Brolin) รวมไปถึงคนที่ถูก(ผม)คาดหวังว่า จะเป็นคนที่ให้ความกระจ่าง เกี่ยวกับตัวนักฆ่าโรคจิต นายอำเภอ Ed Tom Bell (Tom Lee Jones)

สิ่งที่เห็นได้ชัดตรงกัน ตามบทวิพากย์วิจารณ์หลายๆ แห่ง ก็คือ หนังจะสื่อถึงเรื่องความโลภของคน ขอให้ได้เงินมาครอบครองไว้ก่อน แม้แทบจะเอาชีวิตไม่รอด และไม่มีเวลาจะใช้เงินนั้นสักนิดก็ตาม ขนาดในฉากท้ายๆ เรื่อง มีเด็ก 2 คนที่ได้เงินจากการช่วยเหลือผู้ร้าย (ด้วยน้ำใจ) หนังยังแอบแสดงความโลภของคนให้เห็น ด้วยการแย่งส่วนแบ่งกันเองของเด็กทั้งสอง

อีกประเด็นที่สื่อ คือ คนเรามักจะหาข้ออ้าง ในการตัดสินใจทำอะไรลงไปเสมอ แม้ในบางครั้งจะดูไร้ซึ่งเหตุผลก็ตาม การฆ่าคนของนักฆ่าโรคจิต ที่บุคลิกสุดเลือดเย็น ดูเหมือนจะไม่แคร์ใคร ยังใช้วิธีโยนเหรียญให้เหยื่อทายหัวก้อยเลย ผมชอบฉากที่ Carla Jean Moss (Kelly Macdonald) บอก Chigurh ซึ่งกำลังโยนเหรียญให้เธอทายว่า "มันไม่ได้อยู่ที่เหรียญ แต่มันอยู่ที่คุณต่างหาก" สุดท้ายเธอไม่ทาย ก็ถูกฆ่าอยู่ดี -- เหตุผลหรือข้ออ้าง ก็เพื่อตอบสิ่งที่ไม่ได้มีใครถามหรือร้องขอ

Javier Bardem สวมบท Anto Chigurh ได้ใจผมมาก ทั้งการแต่งตัว ทรงผม โดยเฉพาะสีหน้าและแววตาของนักฆ่าโรคจิต เมื่อใดที่เขาปรากฏตัว ผมเองไม่อยากจะคลาดสายตาไปจากจอแม้สักนิด มีขัดใจอยู่หน่อยตรงที่ Llewelen โดน Chigurh ฆ่าตาย มันดูรวบรัดตัดตอนไปหน่อย เนื่องจากหนังปูทางฉากไล่ล่าของคู่นี้ อย่างตื่นเต้นมาพอสมควร (เป็นความคาดหวัง แบบเดียวกับการดูหนังเรื่องอื่นๆ ทั่วไป) -- แต่ก็เพราะอย่างนี้เอง พอดูจบผมจึงต้องมาค้นหาบทวิจารณ์อ่านต่อ ถ้าเป็นหนังเรื่องอื่นๆ ละก็ ดูสนุกจบแล้ว ก็แล้วกันไป

สรุปโดยรวมแล้ว ชอบหนังเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะการดำเนินเรื่อง และความพิถีพิถันที่จะสื่อสาระ ชวนให้ฉุกคิดในแต่ละฉาก แม้จะมาแบบแฝงๆ แต่ไม่ลึกจนเกินไปนัก

No comments: