Wednesday, April 23, 2008

ลูกคิด "จับที่ใจ อย่าจับที่ปาก"

บทที่สาม จับที่ใจ อย่าจับที่ปาก

ทิ้งช่วงห่างจากบทที่แล้วมานานพอสมควร เพราะจิตใจพ่อมัวแต่ยุ่งเหยิง หลงทางวกวนไปอยู่กับเรื่องอื่นๆ ซะนาน วันนี้พ่อจะมาบอกเล่าสั้นๆ ไม่ยาวนัก (หวังว่าลูกคิดคงจะไม่เบื่อไปซะก่อน)

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พ่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า หลังจากชงกาแฟแล้ว พ่อกลับไม่ออนไลน์อ่านฝีด (RSS) อ่านข่าวจากอินเทอร์เน็ต เหมือนปกติที่เคยทำ วันนั้นเปลี่ยนเป็นเปิดทีวี เพื่อจะดูว่าเช้าตรู่วันเสาร์มีรายการอะไรที่เป็นสาระน่าสนใจบ้าง (ปกติพ่อจะดูแต่ "ทุ่งแสงตะวัน")

จำได้ว่าเป็นช่อง 9 แต่รายการอะไรพ่อก็ไม่ได้สนใจจะจำชื่อ พ่อเปิดมาเจอผู้ดำเนินรายการกำลังปุจฉา วิสัชนา สนทนาธรรมกับพระอาจารย์สมปอง ตาลปุตโต ความตอนหนึ่งท่านยกตัวอย่างคำสอนของท่านว่า เด็กๆ น้องๆ เยาวชนที่น่ารักทั้งหลาย เวลาพ่อแม่ดุด่าว่ากล่าว ให้ "จับที่ใจ อย่าจับที่ปาก" จำไว้ว่าที่ปากท่านบ่น ปากท่านด่า ก็เพราะว่าใจท่านรักเรามากนั่นเอง ตัวเราซึ่งเป็นลูก ถ้าพึงสำนึกอย่างนี้ไว้ได้ตลอดเวลา เราก็จะเข้าถึงจิตใจ รับรู้ถึงความรัก ความห่วงใยของพ่อแม่ได้เป็นอย่างดี ไม่รู้สึกโกรธหรือเสียใจ เวลาถูกพ่อแม่ดุด่าว่ากล่าว

ที่อยากบอกวันนี้ก็เรื่องนี้ล่ะ แต่พ่อขอเสริมนิดหนึ่งว่า ให้ลูกลองนึกย้อนไปถึงสิ่งที่พ่อแม่ หรือแม้แต่ญาติผู้ใหญ่ ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาจนปัจจุบัน ซึ่งท่านเหล่านี้ได้เคยทำให้กับลูกนั้น ผ่านการพิสูจน์ จนหมดข้อสงสัยจากตัวลูกแล้วหรือยังว่า พวกท่านเหล่านั้นรัก เป็นห่วง และหวังดีต่อลูกจริงๆ -- พ่อขอให้ลูกตอบคำถามนี้กับตัวเองให้ได้ก่อน แล้วค่อยบอกตัวเองว่าจะ "จับที่ใจ อย่าจับที่ปาก" ของท่านเหล่านั้นหรือไม่

ตัวพ่อเองสูญเสียเวลานานมาก กว่าจะเข้าใจ และข้ามผ่านสิ่งที่บอกนี้ได้ ถ้าใครก็ตามที่สามารถผ่านตรงนี้ไปได้ โดยใช้เวลาไม่มากเกินไปนัก ชีวิตของเขาคนนั้น จะมีเวลาเหลือไปทำสิ่งที่มีคุณค่า ได้มากกว่าคนอื่นๆ (อย่างที่พ่อเคยบอกเรื่อง คุณค่าของเวลา เมื่อตอนที่แล้ว) กลับกัน สำหรับคนบางคน ตลอดทั้งชีวิตอาจจะไม่เข้าใจและสำนึกได้เลย หรือเมื่อเข้าใจก็สายเกินไป จนไม่มีประโยชน์ที่จะสำนึกเสียแล้ว -- ลูกคิดว่าจริงไหม

บทก่อน

No comments: