Sunday, June 29, 2008

Death Sentence

"Look at you. You look like one of us. Look what I made you."

เป็นคำพูดสุดท้ายของ Billy Darley (Garrett Hedlund) หัวหน้าแก๊งค์โจรอันธพาล พูดกับ Nicholas Hume (Kevin Bacon) ก่อนที่จะถูก Nick ควักปืนออกมายิงตาย



ดูหนัง Death Sentence เมื่อวานนี้ ตลอดทั้งเรื่อง ผมนับคำ f_ck, f_cking กับ motherf_cker ไม่ถ้วนจริงๆ

ไฮไลต์ของหนังตามความคิดของผม ก็ประโยคข้างบนที่ Billy พูดกับ Nick ก่อนตายนั่นละครับ

เมื่อเลือกใช้วิธีการล้างแค้น แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ซึ่งเป็นวิธีเดียวกันกับที่พวกอันธพาลใช้และเป็นมาแต่เกิด มันจะเปลี่ยนตัวเราเองให้เป็นแบบเดียวกันไปโดยปริยาย ไม่มีทางเลือก

ภาพประกอบ: http://dvd2home.net

Saturday, June 28, 2008

ไม่ได้วิ่ง เหงา

เย็นวันนี้มีนัด Warm Up #3 วิ่งเพื่อสุขภาพ น้องเอกแวะมารับไปด้วยกัน ถึงศูนย์ประชุมสิริกิตติ์ จอดรถปุ๊บ ฝนลงหนักปั๊บ (น้องโจโผล่จาก MRT เวลาใกล้ๆ กัน) สุดท้ายสรุปว่าแห้ว ทีมงานเก็บของกลับ โทรแจ้งยกเลิก ที่ไปไม่ใช่ว่าสปิริตแรงเห็นฝนตั้งเค้าแล้วยังจะไปอะไรหรอก แต่เพราะตอนออกจากบ้านมันไม่มีวี่แววของเค้าฝนเลยต่างหาก -- แต่ก็นะ! ตั้งใจมาทุกครั้ง เพื่อทีมสปิริตอยู่แล้ว

หลัง Warm Up #1 ได้ขาหมูโรงเบียร์ฯ สุดหรู แต่วันนี้ ไม่ได้วิ่งไม่ได้เหงื่อ เบียร์ลีโอยังเหมือนเดิม แต่กับแกล้มเป็นเกาเหลาปากซอย กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใวใว (ตามภาพ) ที่สำคัญคือตัว "เหงา" ล่องลอย บินว่อน เต็มบ้าน เพราะลูกคิดกับแม่ลูกคิด ออกไปบ้านญาติตั้งแต่เช้า จนป่านนี้ยังไม่กลับเลย -- เพื่อชีวิตไปชิลๆ ก่อนละกัน

ให้ทายว่าเพลง(เพื่อชีวิต)แรกที่ผมเปิดฟัง คือเพลงอะไร ...?



ชีวิตมีเรื่องดีดีอีกตั้งเยอะ เอ้า! เชียร์

Tuesday, June 24, 2008

He is Spy

หลายวันก่อน มีโอกาสได้ฟังพี่ที่นับถือคนหนึ่ง เล่ารายละเอียด เกี่ยวกับเรื่องงานของแกให้ฟัง ก่อนหน้านี้ แกเคยพูดทีเล่นทีจริงกับผมบ่อยๆ ว่า แกทำงานแนวๆ เป็นสายลับ อาศัยเส้นสาย เพื่อสืบหาข้อมูล(ที่หาด้วยวิธีปกติไม่ได้) ตามแต่นายจะสั่ง -- ผมนึกว่าแกพูดให้ดูเว่อๆ เติมสีสัน เพื่อความสนุกสนานในวงเล่าเท่านั้น

ที่ไหนได้ พอแกร่ายยาว ยกตัวอย่างหลายๆ ครั้ง (ย้ำด้วยว่า "ไม่ได้โม้") ที่แกต้องออกภาคสนามทำงาน โอ้โห! มันเหมือนในหนัง อย่างไรอย่างนั้นเลย (ถ้าโม้ก็โม้เก่งมากอะ) ทั้งปลอมตัว ใช้เส้นสาย มีใต้โต๊ะ เสี่ยงเข้าถ้ำเสือ มีหมด และอีกประเด็นหนึ่งเหมือนมากๆ คือ ตัวแกอยู่ในสถานะที่จะโดนตัดตอนได้ตลอดเวลา ถ้าถูกฝ่ายตรงกันข้ามจับได้ ส่วนเรื่องผลตอบแทน ถึงแม้จะไม่ได้บอก แต่ผมคิดว่า มันก็น่าจะคุ้มเสี่ยงอยู่นะ ไม่อย่างนั้นใครจะกล้าทำ

แต่ที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือ Spy หรือสายลับในชีวิตจริง ไม่ได้เท่และไม่ได้หล่อ เหมือนในหนังหรอก ก็แค่กระทาชาย นายเดินถนนคนหนึ่ง (คงเพื่อพรางตัว เพราะถ้าหล่อหรือดูดีมากๆ มันจะเป็นเป้าสายตา)

ขนาดมูลค่าของธุรกิจที่พี่แกทำ ก็ไม่ได้ใหญ่โต ระดับชาติ ระดับโลกอะไรซักหน่อย แค่นี้ยังต้องมี Spy ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า ในชีวิตประจำวันของพวกเราวันหนึ่งๆ ชาวบ้านร้านตลาด หรือคนที่เราเห็นหน้าเห็นตาบ่อยๆ หลายๆ คนในจำนวนนั้น อาจจะเป็น Spy ที่กำลังทำงาน สืบความลับอะไรบางอย่างของเราอยู่ ก็เป็นได้ -- ระวังตัวบ้างนะครับ

ปล. โดยส่วนตัว ผมคงไม่มี value พอ ที่ใครจะลงทุนจ้าง Spy มาสืบข้อมูลหรือความลับอะไรหรอก

ภาพประกอบ: http://www.man.org.au

Wednesday, June 18, 2008

แตกต่าง

[รู้เห็น คำนึง]

"แตกต่าง" เป็นธรรมดาของโลกอยู่เอง แต่บางที บางคน ไม่ได้อยากแตกต่าง จากเรา

"แตกต่าง" เพราะว่าโลกกว้างใหญ่ ? แต่ทำไม ส่งอีเมลข้ามทวีปแป๊บเดียวถึงกันทันที



[ในลมหายใจ]

เกี่ยวข้อง:

ภาพประกอบ: http://www.all-creatures.org

Tuesday, June 17, 2008

E-mail Sent

วันนี้นั่งไล่ลบอีเมลของที่ทำงาน ซึ่งผมส่งออกไป ตั้งแต่ January 1, 2006 - May 31, 2007 เก็บอยู่ใน folder "sent-mail" ปรากฏว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 1,503 ฉบับ

ส่วนตั้งแต่ June 1, 2007 - June 17, 2008 (วันนี้) ยังไม่ได้ลบ มีจำนวนทั้งสิ้น 901 ฉบับ

ไม่มีประเด็นอะไรครับ เก็บไว้เป็น record เฉยๆ เลย


เกี่ยวข้อง:

Sunday, June 15, 2008

กลิ่นกาแฟ ขายได้

เจอเรื่อง Is a sniff of coffee as good as a sip? (เนื้อหาในเว็บไซต์ NewScientist น่าสนใจมาก แนะนำครับแนะนำ) ผ่าน VoIP Blog - Tehrani.com เขาว่าสูดกลิ่นกาแฟ มีผลกับร่างกายไม่ต่างกันนัก กับการดื่มกาแฟ แต่ยังไม่ยืนยันผลการทดลองอย่างเป็นทางการ คงต้องรอดูต่อไป

ทำให้ผมนึกถึงเวลาเดินผ่านร้าน Starbucks ในห้างสรรพสินค้า (โดยเฉพาะที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว) ขนาดคนที่ไม่ดื่มกาแฟอย่าง ผบ.ทบ. (ส่วนตัว) ยังบอกว่า หอมหวลชวนหลงใหลมากๆ เคยให้ลองครั้งหนึ่ง บ่นมึนหัวไปค่อนวันทีเดียว



สไตล์กาแฟของผม ชงร้อน (ถ้ากาแฟเย็น ดื่มเรื่อยๆ แก้กระหายมากกว่า) แล้วก็นิยมที่กลิ่น แต่ไม่เน้นรสชาด (เพราะเชื่อว่ากลิ่นเยี่ยม รสคงไม่แย่แน่นอน) ขวดประจำที่บ้านก็เลยเป็นอันนี้ เพราะกลิ่นหอมกรุ่นสุดๆ

สงสัยว่าอีกหน่อย กลิ่นกาแฟคงขายทำเงินได้แน่นอน -- Coffee Therapy

ปล. เมื่อวานก็เพิ่งแวะไปที่ร้านกาแฟสดของญาติมา เอสเปรสโซ่ร้อน 1 โบก!
ปล.2 นึกถึงลูกพี่แฮะ เพราะเห็นแกแทบจะดื่มกาแฟแทนน้ำเปล่า แต่ไม่รู้ว่า เทสแกเป็นยังไง

ภาพประกอบ: http://www.mcgill.ca

Saturday, June 14, 2008

Snakk Norsk


Snakk Norsk = Speak Norwegian


Snakk ในภาษานอร์เวย์ แปลว่า "พูด"

Friday, June 13, 2008

โอนหนี้

บันทึกไว้หน่อยครับว่า วันนี้วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ผมได้โอนภาระหนี้สินเงินกู้ที่อยู่อาศัย (ทาวน์เฮ้าส์หลังน้อย ในซอยท่าอิฐ) จากเจ้าหนี้ธนาคารพาณิชย์ ไปเป็นเจ้าหนี้มารดาไม่พาณิชย์

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ตามแต่ลูกหนี้ยินดีให้ ไม่ให้ก็ไม่ว่าอะไร เดือนไหนขัดสน ผ่อนปรนไม่ต้องนำส่งก็ได้ ไม่มีกำหนดระยะเวลา ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แถมไม่กำหนดวงเงินนำส่งรายเดือนขั้นต่ำอีกต่างหาก -- ยอดเยี่ยมที่สุดเลยครับ


กราบขอบพระคุณแม่ไว้ ณ ที่นี้ด้วย ลูก(หนี้)คนนี้ ขอสัญญาว่าจะมีระเบียบวินัย บริหารจัดการรายรับ-รายจ่ายในครอบครัว เพื่อให้สามารถนำส่งเงินกู้ให้ได้ทุกๆ เดือนอย่างต่อเนื่องครับ

ภาพประกอบ: http://www.oneyearbibleimages.com

Thursday, June 12, 2008

ความรัก อิสรภาพ ความคิด

ก่อนนี้บอกว่าถ้าเป็นพี่แอ๊ด คาราบาว ผมจะนึกถึงเพลง "ผู้เฒ่า" คราวนี้ถ้าเป็นพี่หงา คาราวาน (สุรชัย จันทิมาธร) ผมมักจะนึกถึงเพลง "ความรัก" และโดยเฉพาะเนื้อหาท่อนนี้

"ความรัก ความรัก ความรัก จงแน่นหนัก อยู่เสมอ ให้เธอคิด ให้เธอ มีเสรีภาพ"

ความรัก ความเข้าใจ บางครั้งมันก็เป็นเรื่องที่ดูแปลกๆ ไหมครับ เรามักจะมีสติ ยั้งคิด รู้จักให้อภัยกับคนอื่นไกลตัวได้ง่ายๆ แต่กับคนที่เรารักและอยู่ใกล้ตัว เรายอมไม่ค่อยได้ แม้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ -- ส่วนตัวผมเป็นบ่อยมาก โดยเฉพาะกับภรรยา ตอนมีปากมีเสียงทะเลาะกันทุกครั้ง อัตตาผมต้องพุ่งพล่าน มีแต่คำถามว่า "ทำไมนะ เธอซึ่งเป็นคนใกล้ชิด น่าจะรู้ใจ แต่ไม่เคยรู้ใจเราจริงๆ เลยว่า ทำแบบนี้แล้วเราไม่ชอบ มันจี้ใจดำ ทำให้เราเดือด แต่เธอก็ยังทำ"

หลายครั้งหลังสงบศึก ผมมักจะมาคิดได้(และเขียนบันทึก) สถานการณ์แบบนี้ ลูกช่วยได้มากทีเดียว ลูกคิดเปรียบเหมือนน้ำเย็น คอยสาดรดเพื่อดับไฟที่กำลังลุกโชนในใจพ่อ ต้องให้ลูกช่วยอย่างนี้ แสดงว่าผมยังอ่อนแออยู่มาก เอาชนะใจตัวเองด้วยตัวเองไม่ค่อยได้ -- สัญญาว่าจะพยายามนะ เพื่อครอบครัวและตัวเอง (คิดและเขียนไว้เยอะแยะ ต้องทำให้ได้สิน่า)


"จงแน่นหนัก อยู่เสมอ ให้เธอคิด ให้เธอ มีเสรีภาพ"

รัก จำเป็นต้องให้อิสรภาพทางความคิดกันอย่างเต็มที่ ไม่มีขีดจำกัด แม้ว่าจะเป็นความคิดเห็นที่ขัดแย้ง
ในเมื่อวันนี้ นาทีนี้ ทุกลมหายใจ เธอยังคงแสดงให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ ที่เต็มเปี่ยมด้วยอาทร และห่วงใย สม่ำเสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลง ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะให้อิสรภาพแก่กันและกันไม่ได้

Tuesday, June 10, 2008

My Breakfast

อาหารมื้อเช้า(มืด)หลัก ในช่วงเกือบ 1 ปีที่ผ่านมาของผมเอง -- ต้องขวดนี้เท่านั้น

Sunday, June 08, 2008

คนไทยยังรักกัน?

เที่ยงวันศุกร์ที่ผ่านมา ระหว่างสั่งกับข้าวเที่ยง ร้านประจำตามสั่งริมคลองแสนแสบ ผบ.ทบ.โทรมาเล่าเหตุการณ์เสี่ยงเพลิงไหม้ให้ฟังอย่างตื่นเต้น (เปล่า! ไม่ใช่บ้านผม แต่เป็นบ้านป้าคนหนึ่ง ซึ่งซึ้ปึ้กกันกับ ผบ.ทบ. ตัวบ้านอยู่ไม่ไกลกันนัก แต่คนละแถว) ว่า

ป้าแกขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านไปธุระ โดยลืมปิดไฟที่เตาแก๊ส ตั้งอุ่นอาหารอะไรบางอย่างเอาไว้ แล้วลืม เพื่อนบ้านใกล้ๆ กัน ได้กลิ่นเหม็นไหม้ ฉุกใจ วิ่งเข้าไปดูข้างบ้านแก ก็เห็นไฟลุกท่วมเตาแก๊ส เปลวไฟกำลังลุกสูงท่วม hood ดูดควันอยู่เลย ตกใจพากันปีนเข้าบ้าน หาน้ำ ต่อสายยางจากข้างบ้าน ช่วยกันดับไฟเป็นการใหญ่

เรื่องน่าชื่นใจก็มีอยู่ว่า ปู่คนหนึ่งอยู่บ้านหลังหนึ่ง กับ ลุงคนหนึ่งอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง (เรียกปู่กับลุงตามลูกคิด) ทั้งสองคนไม่ถูกกัน เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอด ทั้งๆ ที่สองบ้านนี้เป็นคนเก่าคนแก่ของที่นี่ แถมบ้านยังตรงข้ามกันอีกต่างหาก (แต่นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่ถูกกันรึเปล่า ผมไม่แน่ใจ) ตอนมะรุมมะตุ้ม ช่วยกันดับไฟนั้น ก็สองคนนี่แหละ เป็นกำลังสำคัญหลัก ที่ร่วมแรงร่วมใจ จนดับไฟสำเร็จ โดยที่คงไม่ได้พูดคุยกันแม้แต่คำเดียว (อันนี้ผมเดา เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์)

สถานการณ์แบบนี้ ทำให้ผมคิดและยังเชื่อมั่นอยู่ว่า ชาวบ้านร้านตลาด หรือประชาชนคนไทยทั่วไปตามท้องถนนอย่างพวกเราๆ ให้เกลียดขี้หน้ากันขนาดไหน ถ้าไม่มีใครเสี้ยมใครจูง คงไม่ทำร้ายกันขั้นรุนแรง อย่างที่เป็นข่าว เหมือนม๊อบตีกันนั่นแน่นอน มิหนำซ้ำพอถึงเวลา มีใครเดือดร้อนตกทุกข์ได้ยากอย่างหนักหน่วง อีกฝ่ายคงไม่นิ่งดูดายทนเฉยอยู่ได้หรอก

นึกย้อนไปถึงพี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค เคยพูดไว้ในรายการอะไร ผมจำไม่ได้แล้ว แกพูดเปรียบเทียบประมาณว่า

สถานการณ์การเมืองปัจจุบัน เหมือนกับ กองเชียร์ 2 ฝ่ายที่เข้าไปนั่งดูบอลในสนาม นักฟุตบอลทั้ง 2 ทีม เล่นกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำฟาวล์กันแรงๆ จนเกือบจะวางมวยกัน เพื่อชัยชนะอย่างเดียว ทำให้อารมณ์ร่วมของกองเชียร์ รุนแรงหนักตามไปด้วย จนถึงขีดสุด ก็ยกพวกตีกัน บาดเจ็บกันไปทั้งคู่ พอเกมส์จบ นักฟุตบอลในสนามก็จบ เลิกทะเลาะเบาะแว้ง แยกย้ายกันไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ๆๆๆ ... กองเชียร์ทั้งสองฝ่ายนี่สิ ไม่ยอมจบ ไม่ว่าจะไปเจอกันที่ไหน ก็จะยกพวกตีกันอยู่ร่ำไป เหตุก็มีแค่ว่า อยู่คนละฝ่าย เชียร์คนละทีม เท่านี้เอง เท่านี้เองจริงๆ

หวังว่าคงจะไม่มีข่าวแบบนี้เกิดขึ้นจริงนะ สาวกหงส์ตีกันยับกับเด็กผี บาดเจ็บระนาว หลังจบแมตช์ถ่ายทอดสด ศึกวันแดงเดือด ณ ผับดับแห่งหนึ่งย่านรัชดาฯ (ฮา)

ผมตั้งข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่า พวกที่ชอบใช้กำลังยกพวกตีกัน เช่น เด็กช่างกล(ส่วนน้อย)ทั้งหลาย โดยเฉพาะหัวโจกที่ออกอาการกร่างๆ ข้าแน่ ข้าไม่กลัวใคร คนพวกนี้ ถ้าไปไหนมาไหนคนเดียว ส่วนใหญ่จะเหนียมอาย หลบหน้า ตัวลีบ รีบเดินหนี ไม่ซ่าเหมือนเวลามีพรรคพวก แล้วไอ้คนพวกนี้นะ มันจะเอาตัวรอดเก่ง เป็นผู้นำ นำคนไปเจ็บไปตาย ส่วนพวกผู้ตามนั้น ใครพาไปตีไหน ตีนั่น ไม่มีสติเอาซะเลย อยากได้ชื่อว่าเก่งว่ากล้า ทำเพื่อพวกพ้อง เป็นนักรบกู้ชาติ (อะไรทำนองนั้น) -- ก็เป็นซะอย่างนี้นี่นะ ประเทศไทยถึงมีวันนี้ยังไงล่ะ

คนไทยรุ่นใหม่ๆ คงจะต้องหมั่นปลูกฝัง ตอกย้ำ เรื่องน้ำใจนักกีฬาให้มากกว่านี้ จะรักจะชอบ หรือจะเชียร์ใคร ก็ตามเถอะ ขอให้มีสติ และขอให้เป็นรองความรักความชอบที่จะเชียร์คนไทยด้วยกันเอง

ภาพประกอบ: http://www.cookstown.gov.uk

Sunday, June 01, 2008

ผู้เฒ่า

เบียร์ยามเย็นย่ำค่ำทุกวันอาทิตย์ ผมคิดว่านี่คือจิ๊กซอตัวหนึ่ง ซึ่งต่อกายทำให้ใจสุข (ปัจเจกผมคนเดียวนะครับ) แล้วผมก็จะต่อมันอย่างนี้ทุกอาทิตย์ ไปจนกว่า... เมื่อไรไม่ทราบได้เหมือนกัน ขอแค่เพียงมีคนรู้ใจ เข้าใจ รู้ว่าผมตายสุข ดีกว่าทุกข์เป็น แค่นี้ก็เห็นสวรรค์ที่ทุกปลายเฮือกของลมหายใจ

ไม่ได้คลั่งไคล้คาราบาวมากมาย แต่ยอมรับความสามารถพี่แอ๊ดแก ไก่ชนผมก็ไม่สน ชอปเปอร์ผมก็ไม่ขี่ (ขี่ไม่เป็นด้วย) ตอนนี้ไม่รู้เป็นยังไงนะ คิดถึงเพลงคาราบาว ก็คิดถึงแต่เพลง "ผู้เฒ่า" นี่ละ อยากเอาเนื้อเพลงมาแปะไว้ที่บล็อกตัวเองเฉยๆ ดื้อๆ แบบนี้เลย

ลืมตามาชำเลืองดูโลก
เกิดมาเป็นทารกสามัญชนธรรมดา
หากินกันจนหนังหน้าเหี่ยว
กว่าจะได้ขบเขี้ยว ก็ย่างวัยชรา
ฟันฟางจนจะหักหมดปาก
ตามัวจนจะมองไม่เห็น
ริ้วรอยของความลำเค็ญ
อยู่ที่เส้นเอ็นปูดโปน

คำนึงถึงคนเฒ่าคนแก่
เมื่อครั้งเป็นพ่อแม่ยังเลี้ยงดูลูกน้อย
อดออมวันละนิดละหน่อย
เก็บสิบเป็นร้อยส่งลูกน้อยเล่าเรียน
หวังเพียงเพื่อลูก ๆ เติบโต
ได้เป็นผู้มีการศึกษา หนทางในภายภาคหน้า
เป็นเจ้าคนนายคน
ผู้เฒ่าเอยจนเนื้อหนังหย่อนยาน
ถ้าสมบัติมโหฬาร ลูกหลานมาเอาใจ
นะผู้เฒ่าเอย จนเนื้อหนังเหี่ยวย่น
ถ้าสมบัติมากล้น ยังพอมีคนเอาใจ

ผู้เฒ่าเอยจนเนื้อหนังหย่อนยาน
ถ้าสมบัติมโหฬาร ลูกหลานมาเอาใจ
นะผู้เฒ่าเอย จนเนื้อหนังเหี่ยวย่น
ถ้าสมบัติมากล้น ยังพอมีคนเอาใจ

ใครเลยเคยคิดถึงผู้เฒ่า
ที่เส้นผมหงอกขาวและดวงใจอาดูร
ค้ำจุนจนลูกหลานเติบใหญ่
ต่างตอบแทนน้ำใจเพียงรดน้ำดำหัว
สังคมทวีความดิ้นรน สอนคนให้คิดเห็นแก่ตัว
คนเฒ่าที่ฟันหักตามัว กลัวไม่มีคนไปเผา...

อารยธรรม ชีวิต ล้วนเดินทางผ่านเส้นทางแห่งกาลเวลา ไทม์แมชชีนมีชีวิต ก็ผู้เฒ่าแก่ๆ เหี่ยวๆ ของเราๆ นี่แหละครับ ตัวจริง เสียงจริง แม้ว่าจะเลอะๆ เลือนๆ ไปบ้าง แต่ของจริงแน่นอน (ผมยังเสียดายที่ตั้งแต่เกิดมา ปู่ ย่า ตา ยาย ก็พากันตายจากไปหมดแล้ว)

ศิลปิน: คาราบาว
อัลบั้ม: ท.ทหารอดทน