Sunday, June 08, 2008

คนไทยยังรักกัน?

เที่ยงวันศุกร์ที่ผ่านมา ระหว่างสั่งกับข้าวเที่ยง ร้านประจำตามสั่งริมคลองแสนแสบ ผบ.ทบ.โทรมาเล่าเหตุการณ์เสี่ยงเพลิงไหม้ให้ฟังอย่างตื่นเต้น (เปล่า! ไม่ใช่บ้านผม แต่เป็นบ้านป้าคนหนึ่ง ซึ่งซึ้ปึ้กกันกับ ผบ.ทบ. ตัวบ้านอยู่ไม่ไกลกันนัก แต่คนละแถว) ว่า

ป้าแกขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านไปธุระ โดยลืมปิดไฟที่เตาแก๊ส ตั้งอุ่นอาหารอะไรบางอย่างเอาไว้ แล้วลืม เพื่อนบ้านใกล้ๆ กัน ได้กลิ่นเหม็นไหม้ ฉุกใจ วิ่งเข้าไปดูข้างบ้านแก ก็เห็นไฟลุกท่วมเตาแก๊ส เปลวไฟกำลังลุกสูงท่วม hood ดูดควันอยู่เลย ตกใจพากันปีนเข้าบ้าน หาน้ำ ต่อสายยางจากข้างบ้าน ช่วยกันดับไฟเป็นการใหญ่

เรื่องน่าชื่นใจก็มีอยู่ว่า ปู่คนหนึ่งอยู่บ้านหลังหนึ่ง กับ ลุงคนหนึ่งอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง (เรียกปู่กับลุงตามลูกคิด) ทั้งสองคนไม่ถูกกัน เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอด ทั้งๆ ที่สองบ้านนี้เป็นคนเก่าคนแก่ของที่นี่ แถมบ้านยังตรงข้ามกันอีกต่างหาก (แต่นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่ถูกกันรึเปล่า ผมไม่แน่ใจ) ตอนมะรุมมะตุ้ม ช่วยกันดับไฟนั้น ก็สองคนนี่แหละ เป็นกำลังสำคัญหลัก ที่ร่วมแรงร่วมใจ จนดับไฟสำเร็จ โดยที่คงไม่ได้พูดคุยกันแม้แต่คำเดียว (อันนี้ผมเดา เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์)

สถานการณ์แบบนี้ ทำให้ผมคิดและยังเชื่อมั่นอยู่ว่า ชาวบ้านร้านตลาด หรือประชาชนคนไทยทั่วไปตามท้องถนนอย่างพวกเราๆ ให้เกลียดขี้หน้ากันขนาดไหน ถ้าไม่มีใครเสี้ยมใครจูง คงไม่ทำร้ายกันขั้นรุนแรง อย่างที่เป็นข่าว เหมือนม๊อบตีกันนั่นแน่นอน มิหนำซ้ำพอถึงเวลา มีใครเดือดร้อนตกทุกข์ได้ยากอย่างหนักหน่วง อีกฝ่ายคงไม่นิ่งดูดายทนเฉยอยู่ได้หรอก

นึกย้อนไปถึงพี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค เคยพูดไว้ในรายการอะไร ผมจำไม่ได้แล้ว แกพูดเปรียบเทียบประมาณว่า

สถานการณ์การเมืองปัจจุบัน เหมือนกับ กองเชียร์ 2 ฝ่ายที่เข้าไปนั่งดูบอลในสนาม นักฟุตบอลทั้ง 2 ทีม เล่นกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำฟาวล์กันแรงๆ จนเกือบจะวางมวยกัน เพื่อชัยชนะอย่างเดียว ทำให้อารมณ์ร่วมของกองเชียร์ รุนแรงหนักตามไปด้วย จนถึงขีดสุด ก็ยกพวกตีกัน บาดเจ็บกันไปทั้งคู่ พอเกมส์จบ นักฟุตบอลในสนามก็จบ เลิกทะเลาะเบาะแว้ง แยกย้ายกันไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ๆๆๆ ... กองเชียร์ทั้งสองฝ่ายนี่สิ ไม่ยอมจบ ไม่ว่าจะไปเจอกันที่ไหน ก็จะยกพวกตีกันอยู่ร่ำไป เหตุก็มีแค่ว่า อยู่คนละฝ่าย เชียร์คนละทีม เท่านี้เอง เท่านี้เองจริงๆ

หวังว่าคงจะไม่มีข่าวแบบนี้เกิดขึ้นจริงนะ สาวกหงส์ตีกันยับกับเด็กผี บาดเจ็บระนาว หลังจบแมตช์ถ่ายทอดสด ศึกวันแดงเดือด ณ ผับดับแห่งหนึ่งย่านรัชดาฯ (ฮา)

ผมตั้งข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่า พวกที่ชอบใช้กำลังยกพวกตีกัน เช่น เด็กช่างกล(ส่วนน้อย)ทั้งหลาย โดยเฉพาะหัวโจกที่ออกอาการกร่างๆ ข้าแน่ ข้าไม่กลัวใคร คนพวกนี้ ถ้าไปไหนมาไหนคนเดียว ส่วนใหญ่จะเหนียมอาย หลบหน้า ตัวลีบ รีบเดินหนี ไม่ซ่าเหมือนเวลามีพรรคพวก แล้วไอ้คนพวกนี้นะ มันจะเอาตัวรอดเก่ง เป็นผู้นำ นำคนไปเจ็บไปตาย ส่วนพวกผู้ตามนั้น ใครพาไปตีไหน ตีนั่น ไม่มีสติเอาซะเลย อยากได้ชื่อว่าเก่งว่ากล้า ทำเพื่อพวกพ้อง เป็นนักรบกู้ชาติ (อะไรทำนองนั้น) -- ก็เป็นซะอย่างนี้นี่นะ ประเทศไทยถึงมีวันนี้ยังไงล่ะ

คนไทยรุ่นใหม่ๆ คงจะต้องหมั่นปลูกฝัง ตอกย้ำ เรื่องน้ำใจนักกีฬาให้มากกว่านี้ จะรักจะชอบ หรือจะเชียร์ใคร ก็ตามเถอะ ขอให้มีสติ และขอให้เป็นรองความรักความชอบที่จะเชียร์คนไทยด้วยกันเอง

ภาพประกอบ: http://www.cookstown.gov.uk

No comments: