Saturday, July 19, 2008

ทำบุญเพราะเกรงใจ

ยังอยู่ในช่วงเทศกาลวันสำคัญทางพุทธศาสนา ขอโหนกระแสแบบ inside out ซักเล็กน้อย ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ก็วันนี้อยู่ดีดี ดันนึกปุจฉาตัวเองขึ้นมาซะงั้นว่า "ส่วนใหญ่ที่เราทำบุญ หรือบริจาคเงิน งานโน้นบ้างงานนี้บ้างน่ะ เพราะอะไร"

ถามจริงตอบตรงแบบไม่อายเลยว่า เพราะเกรงใจ เมื่อใดก็ตามที่พรรคพวกเพื่อนฝูงมาบอกบุญ แทบจะไม่มีซักครั้งเลยมั้งที่ผมปฏิเสธ แล้วก็น้อยครั้งอีกเหมือนกัน ที่จะถามไถ่หรืออ่านเอกสาร(ถ้ามี)อย่างละเอียดว่า ที่เขาชวนทำบุญกันนั้นน่ะ เขาไปทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร -- มาปุ๊บ (รู้งาน) ตอบสนองอัตโนมัติปั๊บเลย ควักกระเป๋า หยิบธนบัตรขึ้นมา 1 ใบ มูลค่าเท่าไรก็แล้วแต่งาน (ก็ยังดูบ้างนะ ว่างานอะไร) ใส่ซอง ยกมือพนมจรดศีรษะ อธิษฐานในใจ "คุณพระคุณเจ้า ขอให้โลกนี้มีแต่ความสงบสุข... สาธุ"

จำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายนั้น นานกี่เดือนมาแล้ว ที่ผมคิดอยากจะไปทำบุญด้วยตัวเองจริงๆ โดยไม่มีใครชวน

บังเอิญไปเจอความเห็นในเว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรื่องบุญ เขาคุยกันประมาณว่า มหาเศรษฐีทั้งหลาย ซึ่งร่ำรวยทรัพย์สินเงินทองในชาตินี้นั้น เป็นเพราะบุญที่ทำเอาไว้มากมายตั้งแต่ชาติปางก่อน แต่ถึงจะรวยล้นฟ้าแค่ไหน ถ้าไม่สะสมเพิ่มขึ้นอีก ซักวันบุญจะหมด ... อ๊ะ! ผมเห็นแย้งทันที คิดแบบเป็นเหตุเป็นผลหน่อย ถ้าเป็นอย่างที่ว่านั้นจริงๆ แล้วทุกคนเชื่อ ทุกคนทำตาม ความรวยความจน มันก็ไม่มีวันหมุนวนเปลี่ยนแปลงไปจากใครได้เลยสิ

บาปบุญ ดีเลว สุขทุกข์ มันไม่เกี่ยวกันเลยกับ ทรัพย์สินเงินทอง รวยหรือจน

ทำบุญ ผมหวังผลแค่อย่างเดียว คือ สบายใจ (ในทุกแง่มุม) ส่วนที่เล่ามาข้างบนว่า ทำบุญเพราะเกรงใจ ผมไม่ได้เลยจริงๆ นะครับ ไอ้ความสบายใจอย่างที่หวังนั่นน่ะ -- เพราะทำทีไร กลับมานั่งรู้สึกทะแม่งๆ ตัวเองยังไงไม่รู้ บอกไม่ถูกเหมือนกัน (เกรงใจก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ถ้ารู้จักใช้ให้เป็นด้วยล่ะ..แจ่ม)

เขียนไปเขียนมาเข้าล๊อคผมอีกละ "ไม่มีมนุษย์หน้าไหนในโลกนี้หรอก ที่จะทำอะไรโดยไม่หวังผลใดๆ เลย"

วกกลับมาเรื่องทำบุญ จะว่าไป ปัจจัยมันก็เป็นของปัจเจก ใครใคร่ทำอะไรทำ สบายใจแบบไหน เชื่อและศรัทธาอย่างไร เชิญดำเนินการกันตามสะดวก ขออย่าเบียดเบียนผู้อื่นเท่านั้นเป็นพอ

...สาธุ...

No comments: