Saturday, December 13, 2008

เป้าหมาย

ไม่ได้ตั้งใจเขียนเป็นอนุกรมกับความตอนที่แล้ว เพียงแค่ดูคล้ายๆ จะเป็นอย่างนั้น แต่เพราะเพิ่งได้อ่านเรื่องนี้เข้า ซึ่งพาสมองผมคิดไปถึงน้องที่รู้จักคนหนึ่ง เคยทำงานด้วยกัน ใครๆ ก็หาว่าเขาเป็นคนแปลกๆ ไม่น่าคบ เห็นแก่ตัว ไร้น้ำใจ ทำอะไรก็หวังผลส่วนตัวเป็นใหญ่ ซึ่งผมได้ยินได้ฟังมาเพียงผิวเผินเท่านั้น ไม่รู้แน่ชัดว่าความรู้สึกเต็มๆ ของคนส่วนใหญ่ที่พูดอย่างนั้น แท้ที่จริงลึกๆ แล้ว พวกเขาคิดอย่างไรกันแน่

สมัยยังทำงานด้วยกัน ผมนับว่าเป็นพี่คนหนึ่งในไม่กี่คน ที่น้องคนนี้เขาคุยด้วยได้หลายๆ เรื่อง เขาว่าผมทัศนคติดี มองโลกในแง่ดี อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ ตรงกันข้ามกับตัวเขาเอง ซึ่งเป้าหมายชัดเจน จะไม่ยอมเสียเวลา หรือเสียโอกาส เพราะว่าความผิดพลาด (ในมุมมองของเขา) หรือข้อจำกัดของคนอื่น ไม่เด็ดขาด ถ้ามันจะทำให้เขาไปไม่ถึงดวงดาว หรือไปถึงช้ากว่าที่ตั้งใจไว้

แต่ข้อดีอย่างหนึ่งที่ผมเห็นคือ เวลาทำงาน เขาจะทำมันอย่างเต็มที่ ทำให้ผลงานออกมา ค่อนข้างน่าพอใจ ซึ่งแน่นอนว่า คนอย่างเขาก็ต้องเรียกร้องสิ่งตอบแทนที่คุ้มค่า -- ไม่ลงตัวก็ตรงคำว่าคุ้มค่าของคนให้กับคนรับนั่นละครับ ทำให้วงแตก ทางใครทางมัน

โดยส่วนตัวผมไม่เห็นว่า น้องเขาจะผิดอะไร ที่ทำตัวแปลกแยกจากสังคมแบบไทยๆ ซึ่งเชิดชูความมีน้ำใจ (แต่ปัจจุบันน้ำใจส่วนใหญ่มักไม่ใสจริง) แต่อาจเป็นเพราะค่านิยมสร้างภาพลักษณ์ ของยุคทุนนิยมประชาธิปไตย ซึ่งต้องแสดงออกให้ได้ว่า "ทำเพื่อส่วนรวม" ทั้งๆ ที่ในใจเกือบทุกคนห่วงแต่ "ผลประโยชน์ส่วนตัว" -- มันจะผิดก็ตรงนี้ละ ที่น้องเขาสร้างภาพไม่ค่อยเป็น (อาจพยายามอยู่ก็ได้) เลยแสดงออกมา ดูทื่อๆ แปลกแย่อย่างนั้น

เขียนไปเขียนมาดูเรื่อยเปื่อยเลอะเทอะ เอาเป็นว่าประเด็นของผมก็คือ ในขณะที่เราพยายามจะบอกเด็กๆ ว่า เกิดเป็นคน ต้องทะเยอทะยาน ฝันให้สูงสุด ปีนขึ้นไปคว้าดวงดาวลงมาให้ได้ แต่พอพวกเขาทำตามสิ่งที่ผู้ใหญ่บอก ด้วยการแก่งแย่ง แข่งขัน เพื่อจะไปคว้าฝันสูงๆ ของตัวเองลงมา ซึ่งแน่นอนว่าฝันสูงๆ หรือของดีๆ ที่อยู่บนยอดนั้น มีไม่เพียงพอสำหรับทุกคน พวกเรากลับพากันประนามเขาว่า "เห็นแก่ตัว ไร้น้ำใจ" ซะงั้น -- ความพอดี มันอยู่ตรงไหน

รู้สึกขัดๆ เหมือนกันนะครับ กับการพูดถึงเนื้อหาเรื่องราวชีวิตแนวมั่นๆ พุ่งเป้าสุดๆ แบบ "ฝันให้ไกล ไปให้ถึง" เช่นนี้ มันแย้งกับบุคลิกเย็นๆ เรื่อยๆ เฉื่อยๆ ของผมยังไงไม่รู้สินะ

ก่อนจบก่อนจาก ขออนุญาตแปะฝาก quote ที่ชอบ จากเรื่องที่อ่าน -- ไปละครับ สวัสดี


If one does not know to which port is sailing, no wind is favorable.” -- Seneca

“ถ้าเราไม่รู้ว่าเรือจะไปเข้าที่ท่าไหน ลมทิศไหนก็ไม่ช่วย” -- ซีนีก้า (4 ปีก่อนคริสตกาล - ค.ศ. 65, นักปราชญ์โรมัน)

No comments: