Thursday, January 29, 2009

ภาพลวงตา

[คนละอันกับภาพลวงตาของลูกคิด]

บ่ายวันนี้ เพิ่งค้นคำ "ภาพลวงตา" หามาดูเล่นแก้เครียดระหว่างที่คิดเรื่องงานไม่ค่อยออก

ชอบ Ames Room มาก เพราะมันดูแล้วเตือนสติดีนะผมว่า


"อาจไม่ใช่อย่างที่เห็น อาจไม่เป็นอย่างที่คิด" -- เปิดใจเถอะเปิดใจ


ด้วยความบังเอิญ เมื่อสักครู่รายการ Sponge ฉลาดสุดสุด ก็เพิ่งนำเรื่องนี้มาออกอากาศเหมือนกัน -- แต่คลิปข้างล่างเป็นคนละอันกับในรายการ



ฉะนั้นไม่ควรด่วนสรุปหรือตัดสินอะไร แม้ว่าจะได้เห็นมาเต็มสองตาก็ตาม เพราะบางทีอาจมีอีกหลายๆ มิติ ที่เรายังมองไม่เห็น

Wednesday, January 28, 2009

น้ำใจนักกีฬา

กีฬาๆ เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน...

ไปร่วมงานกีฬาสีอนุบาลของลูกคิด ตัวกระผมเอง มีเรื่องเก็บมาคิด อีกแล้วครับท่าน!

มีหลายเกมที่ทางโรงเรียน จัดให้แต่ละสีส่งพ่อแม่ลูก เป็นตัวแทนสีเข้าแข่งขัน

เกมตักไข่ กติกาข้อหนึ่งมีอยู่ว่า พ่อคนแรก จะตักไข่ใบถัดไปเพื่อส่งต่อลูกได้ ก็ต่อเมื่อไข่ใบก่อนหน้าไปถึงที่หมายแล้วเท่านั้น แต่พ่อคนแรกแทบทุกสีเลย ก้มหน้าก้มตา ตักแล้วตักอีก ตักต่อเนื่อง เพราะหวังแต่จะชนะ

เกมเก็บลูกบอลใส่ตะกร้า กติกาข้อหนี่งมีอยู่ว่า ให้เก็บลูกบอลจากอ่างน้ำมาใส่ตระกร้าได้เที่ยวละ 1 ลูกเท่านั้น มีพ่อบางสี เก็บคราวละ 2 ลูก ต่อหน้าต่อตากรรมการนั่นไม่เท่าไหร่ แต่โกงต่อหน้าต่อตาลูกนั่นสิเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่ลูกตัวเองทำตามกติกาเป๊ะ (เด็กอนุบาลมือยังเล็กๆ ยังไงก็หยิบได้ทีละลูก)

คณะครูผู้จัดก็หยวนๆ ยอมๆ ตามประสาพี่ไทย ให้เหรียญทองไป แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเด็กๆ เขาจะเข้าใจเรื่องราวได้อย่างถูกต้อง [ผมอาจจะคิดมาก แต่น่าจะดีกว่าคนไม่คิดอะไรเลย]

คิดว่าผู้ปกครองหลายๆ ท่านที่ละเมิดกติกา คงไม่ได้คิดมากอย่างผม เป็นเพียงแค่อยากให้สีของลูกตัวเอง มีความสุขกับชัยชนะ นั่นเป็นเรื่องธรรมดามาก เพราะเราสามารถเห็นเรื่องแบบนี้ ได้เรี่ยราดทั่วไปในสังคมนิยมวัตถุเช่นปัจจุบัน -- ผมเพียงแค่คิดว่าถ้าจะเปลี่ยน ก็เปลี่ยนตัวเราเองก่อน

เด็กไทยจะ "รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย" ได้อย่างไร ถ้าผู้ใหญ่ไทยยังมุ่งทำทุกอย่าง โดยไม่เคารพกติกา หวังเพียงชัยชนะเท่านั้น

เรื่องของน้ำใจนักกีฬา ไม่ใช่สักแต่ว่าเปิดเพลงกราวกีฬากรอกหูเด็ก แล้วเขาจะซึมซับได้เองซะเมื่อไหร่ละ ถ้าพ่อแม่(ซึ่งมีโอกาสแล้วดัน)ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ทำผิดเป็นถูกให้ลูกเห็น


ภาพประกอบ: ImageShack

Friday, January 23, 2009

EP = Extra Payment

แม้จะเชื่อว่าการฟุด ฟุด ฟอ ไฟ ภาษาอังกฤษได้ เมื่อมองไปในระยะยาวของชีวิต จะมีประโยชน์สำหรับลูกมากกว่าพายอากำลังสองก็ตาม แต่พอบวกลบคำณวณงบประมาณในครัวเรือน รวมถึงคาดการณ์ความสุขมวลรวมของครอบครัว เปรียบเทียบทุกทางเลือก อย่างถ้วนถี่และไตร่ตรองแล้ว ก็อย่างที่ลูกคิดบอก คือ คงต้องอยู่ใน Thai Program ต่อไป

"โอกาสการเรียนรู้เปิดกว้างเสมอ เมื่อตัวเราเองขวนขวาย" -- อนาคตแม้สำคัญ แต่ปัจจุบันต้องคำนึงก่อน

...

นอกจาก EP = English Program แล้ว สำหรับผม EP = Extra Payment ด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อ Extra Payment ก็ต้อง Extra Value ในทุกมุมมอง รวมทั้งมิติของเวลา โดยเฉพาะกาลปัจจุบัน





ภาพประกอบ: Horapa.com

Wednesday, January 21, 2009

บุพการี

ความหมายของ บุพการี จาก ราชบัณฑิตยสถาน

คำว่า บุพการี (บุบ-พะ-กา-รี) เป็นคำภาษาบาลี ที่เกิดจากคำว่า ปุพฺพ แปลว่า ก่อน กับคำว่า การี แปลว่า ผู้กระทำ. บุพการี แปลว่า ผู้กระทำก่อน หมายถึง บิดามารดา ซึ่งเป็นผู้กระทำการอุปการะบุตรก่อน คือ ตั้งแต่เริ่มมีชีวิตอยู่ในครรภ์ และเลี้ยงดูให้การศึกษาอบรมด้วยความรักโดยมิได้หวังว่าจะได้รับสิ่งใดตอบแทน นับได้ว่า ท่านกระทำคุณแก่บุตรอย่างยิ่งยวด จึงเป็นหน้าที่ของบุตรธิดาทุกคนที่จะตอบแทนบุญคุณของบุพการี ด้วยการเคารพ เชื่อฟัง ประพฤติตนเป็นคนดี ไม่ทำให้ท่านเสียใจ ปรนนิบัติรับใช้ท่านอย่างเต็มใจ และเลี้ยงดูท่านเมื่อท่านแก่ชรา เป็นต้น

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

เมื่อคืนแฟนผมบอกว่า ครูเจี๊ยบ ครูประจำชั้นของลูกคิดกำลังจะลาออก กลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด คุณพ่อของครูไม่ค่อยสบาย ครูเจี๊ยบต้องกลับไปดูแล ใจหนึ่ง (1) ก็เสียดายที่โรงเรียนจะเสียครูเก่งๆ ไปหนึ่งคน อีกใจ (2) ก็คิดว่าโชคดีที่ลูกคิดได้เป็นลูกศิษย์ครูเจี๊ยบมาจนจบอนุบาล 1 และอีกใจ (3) ชื่นชมและขอให้คุณพ่อของคุณครูหายป่วยหายไข้ มีสุขภาพแข็งแรง สุขกายสุขใจ เพราะมีลูกมาอยู่เคียงข้างเป็นสุดยอดกำลังใจ

แต่ก็เกิดคำถามขึ้นในใจ (4) ตามมาว่า เป็นเพราะข้อจำกัดอะไรนะ จึงทำให้ลูกๆ อย่างพวกเรา กว่าจะคิดได้ ยอมละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง กลับไปดูแลพ่อแม่อย่างใกล้ชิด ก็ต่อเมื่อท่านเจ็บไข้ได้ป่วย สุขภาพไม่แข็งแรง ใกล้บูดหมดอายุ แทบซะทุกรายไป มิหนำซ้ำหลายๆ รายก็สายเกินไป ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง

...


"อภิชาตบุตรทั้งหลาย รีรออะไรกันอยู่หรือ" ?


...

หรือจะรอป้อนข้าว ป้อนน้ำ ในวันที่ท่านต้องรับอาหารจากทางสายยางเท่านั้น

หรือจะรอโอบกอดและบอกรัก ในวันที่ท่านไม่อาจกอดตอบและไม่สามารถบอกรักได้อีกแล้ว

หรือจะรอจัดงานฌาปนกิจให้ใหญ่โตมโหฬาร เพื่อทดแทนบุญคุณอย่างยิ่งใหญ่

หรือจะรอเก็บกระดูกใส่โกฐิ อัดภาพใส่กรอบ เอาไว้กราบไหว้บูชา กันละครับ

...


สังขารนั้นไม่เที่ยง บางทีวันหนึ่ง ตัวเราที่ว่าอายุยังน้อย หนุ่มแน่นสาวปึ้ก แข็งแรงนักแข็งแรงหนา อาจจะมรณาไปก่อนพ่อแม่ก็เป็นไปได้ -- ใครเลยจะรู้วันตายของตัวเอง

ส่วนพ่อแม่หลายๆ ท่านถูกทิ้งให้อยู่ที่บ้าน ทุกวันก็ได้แต่เฝ้าชะเง้อรอ ไม่รู้ว่า "ลูก" หรือ "ยมทูต" จะมาก่อนกัน

Sunday, January 18, 2009

New-Clear Vision

หลังจากที่หน้ามืด-ตามัว มานานเกือบปี เพราะจัดสรรงบประมาณไม่ลงตัวซักที เมื่อวานเพิ่งได้ฤกษ์เบิกเนตรตัวเอง ให้สว่างกระจ่างใส ไฉไลด้วยแว่นตาอันใหม่ เรียบร้อยโรงเรียน EYELAB เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เบ็ดเสร็จ 4,800 บาท [เบาหวิว สบายตา] -- ขอบคุณเครดิตดีๆ ที่มีให้กัน จากกรุงศรีฯ วีซ่า

กรอบแว่นยี่ห้อ MIRAGH made in japan สนนราคา ลด 30% แล้วเหลือ 3,300 บาท (ราคาในเว็บอยู่แถวๆ 2,500-2,600 บาท แต่ต่างรุ่น) ส่วนเลนส์ E.M.I. (Electro Magnetic Infrared) ซึ่งเขาแนะนำว่าเหมาะกับคนทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ สนนราคาอยู่ที่ 1,500 บาท





ผลการตรวจสายตา สั้น 200 และมียาว 25 (อ่านหนังสือต้องถอดแว่น)

Saturday, January 17, 2009

น้องใหม่

เมื่อวันอังคาร เพิ่งได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับ engineer น้องใหม่จริงๆ จังๆ ประเด็นคุยกับน้อง นอกจากรายละเอียดของงานแล้ว ที่เหลือก็ประมาณนี้


แนวทางแนะนำ ก็ "สุ-จิ-ปุ-ลิ" เท่านั้นละครับ ไม่มีเคล็ดลับความสำเร็จอะไรมากไปกว่านี้ นอกจาก ทำ ทำ แล้วก็ทำ
  • อ่าน/ดู/ฟัง - เนื้อหาสาระความรู้มากมายบนอินเทอร์เน็ต มีเวลาก็อ่าน/ดู/ฟัง เลือกอะไรที่ชอบ ที่อยาก
  • คิด - ถ้าอ่านแล้วไม่คิด ก็ไม่ต้องอ่านให้เสียเวลา
  • ถาม - สำหรับพี่ ถามได้ตลอด ไม่ต้องรอโอกาสหรือจังหวะเวลา ส่วนพี่จะพร้อมหรือไม่พร้อมตอบ ไม่เป็นไร แต่รู้ไว้ว่าพี่อยากตอบ อยากได้ยินคำถาม
  • เขียน - แม้จะเป็นยาขมสำหรับ engineer แต่พี่อยากแนะนำให้เขียน เพื่อช่วยจำ เพื่อเรียบเรียงความคิด

นัดทุกสัปดาห์ของเรา ไม่ใช่การประชุมตามงาน ถ้าอยากบอกว่าทำงานอะไรไปบ้าง เขียนรายงานมา แต่นัดของเราคือ พบปะเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นัดถก นัดเถียง หากรณี (case) มาคุยกัน จากไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องประสบการณ์ตรง ไม่จำเป็นต้องเรื่องงาน แต่ต้องมีประเด็นให้เถียงให้ถก

ทำงานมากว่า 20 ปี พี่มีบทสรุปอยู่นิดเดียวแค่นี้เอง ที่จะบอกน้อง
ทัศนคติสำคัญมาก อุปสรรคคือโอกาส ปัญหาทำให้เรียนรู้ และเกิดปัญญา

Saturday, January 10, 2009

Elegy

David Kepesh (Ben Kingsley) ศาสตราจารย์ด้านวรรณกรรม ผู้ซึ่งปลดปล่อยอิสรภาพของตัวเขา ไว้ภายในกำแพงสำหรับป้องกันการผูกมัดใดๆ เขาไม่ต้องการสร้างพันธะผูกพันทางใจ ไม่ว่ากับใครก็ตาม แม้กระทั่งลูกชาย ซึ่งเกิดจากชีวิตสมรสที่ล้มเหลว

แต่แล้ววันหนึ่ง เขากลับต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า อะไรคือความต้องการที่แท้จริงของชีวิตเขากันแน่ ความรัก ความผูกพัน ซึ่งต้องแลกด้วยการผูกมัดตัวเองกับคนที่เขารัก และเมื่อถึงเวลา เขาจำเป็นต้องตัดสินใจ...เลือก

บทความที่มติชนให้ข้อสรุปของหนังไว้แบบนี้

Elegy ให้สัจธรรมหนึ่งว่าความทุกข์ในโลกนี้มีอยู่มากมาย แต่ทุกข์หนึ่งที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้คือ การกลัวทุกข์ใจจากความรักจึงหนีด้วยการไม่พยายามผูกพันกับใคร แต่ยิ่งหนีก็พบว่ามีความผูกพันซ่อนอยู่มากมาย

และต้องยอมรับให้ได้ว่า ตราบใดเมื่อเริ่มต้นมีความรักแล้ว มันก็เหมือนเป็นจุดตั้งต้นที่ต้องยอมรับความทุกข์ที่จะตามเข้ามาด้วย ไม่มากก็น้อย


Elegy เป็นผลงานกำกับของ Isabel Coixet สร้างจากหนังสือ The Dying Animal ของนักเขียนชาวอเมริกัน Philip Roth

ภาพ Potrait เล่นกับแสงสวยงามหลายๆ มุม เพื่อให้ผู้ชมใช้เวลาหยั่งลึกลงไปถึงอารมณ์ที่อยู่ก้นบึ้งของตัวละคร มีให้เห็นอยู่ตลอดทั้งเรื่อง โดยเฉพาะของ David

ดูแบบหลับบ้างเคลิ้มบ้าง กับหนังดราม่าลึกๆ (ภาษายากเล็กน้อย) ตามประสาของผม เช่นเคย -- แหะๆๆ แต่ว่าหน้าอกของ Consuela Castillo (Penélope Cruz) ช่างงามหยดย้อยจริงๆ ครับ

ภาพประกอบ: Wikipedia

กอด

พักยาว พักนาน มาตั้งแต่ช่วงคริสมาสต์ปลายปีที่แล้ว แต่เป็นการจำใจพัก เนื่องจากสุขภาพร่างกายทรุดโทรม เป็นอาการกลางคืนนอนกังวล แต่กลางวันเวลาทำงานพาลอยากจะนอนกรน ปลายปีมันก็เลยเอาคืน ขอนอนเยอะหน่อย นอนแม่งทั้งวัน

พอผ่านวันฉลองปีใหม่ (ซึ่งผมก็ฉลองด้วยการจำใจนอนอีกเหมือนกัน) เมื่อแฟนเข้ารับการผ่าตัด ก็ต้องลางานต่ออีก แปลงกายเป็นคุณแม่จำแลง (แหะๆ) นับไปนับมา 16 วันติดต่อกันเข้าให้แล้ว โชคดีเหลือเกินที่เจ้านายยังปรานี

นอกจากนอนพักแล้ว ยังพอเจียดเวลาอ่านหนังสือที่ซื้อมาได้บ้าง [อ่านจากหลังมาหน้า ใกล้จบละ]

ระหว่างรออาจารย์และนักศึกษาพยาบาล ซึ่งแวะมาเยี่ยมคนไข้ผู้ป่วยใน อยู่หน้าห้องพัก อ่านวารสารชีวจิต เกี่ยวกับเรื่อง "กอด" บำบัด เขาบอกประมาณว่า ยิ่งกอดมากเท่าไหร่ ยิ่งช่วยเสริมสร้างภาวะจิตใจที่เข้มแข็ง ให้กับผู้ถูกกอดมากเท่านั้น -- อ่านแค่นี้นะครับ ผมเก็บมาคิดมากเลย เพราะว่าผมอะ หลายวันจะกอดลูกซักครั้งหนึ่ง เห็นทีจะต้องเปลี่ยนเป็นกอดทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง

กอดลูกคิดเยอะแยะ มาได้ 4-5 วันแล้ว รู้สึกดีมากทุกครั้งที่กอด และก็บอกรักลูกเวลากอดด้วยแหละ

ถ้าวันนี้ยังมีคนที่รักให้กอด ก็กอดกันเถอะนะครับ แล้วคุณจะรู้ว่ามันอุ่นขนาดไหน ไม่เสียเวลาหรอก และจะได้ไม่เสียใจ ในวันที่ไม่มีใครให้กอด


ภาพประกอบ: mew 'design

Tuesday, January 06, 2009

โรงพยาบาล...รัฐบาล บริการ...เอกชน

แฟนผมเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดเมื่อวันจันทร์ เพื่อเอาชิ้นเนื้อส่วนเกินของร่างกายออก ที่...

ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
(Golden Jubilee Medical Center Mahidol University)

อยู่บนถนนบรมราชชนนี ขาออกจากกรุงเทพฯ เลยแยกพุทธมณฑล สาย4 ไปเล็กน้อย ฝั่งซ้ายมือ [แผนที่]


...


ผมได้ยินแฟนและเพื่อนๆ แฟน เขาตั้งสโลแกนให้กับศูนย์ฯ แห่งนี้ว่า

โรงพยาบาล...รัฐบาล บริการ...เอกชน

ก็เห็นด้วยครับ -- สถานที่โปร่งโล่งสะอาด แพทย์-พยาบาลจากมหิดล ค่าตรวจรักษาราคารัฐ บริการสะดวกรวดเร็ว บุคลากรอัธยาศัยดี แบบเอกชน

ใครอยากลองใช้บริการ (โดยเฉพาะเรื่องทันตกรรม ว่ากันว่าสุดยอด) ลองแวะไปได้ครับ

Saturday, January 03, 2009

Wall Street

"Greed is good" เพราะอ่านเจอประโยคนี้ในบทความๆ หนึ่ง (จำไม่ได้แล้วว่าอันไหน) ก็เลยเกิดความอยาก ต้องหาหนัง Wall Street (1987) มาดูสนองความใคร่ของตัวเอง

อ่อนด้อยเรื่องเล่นหุ้นเป็นทุนเดิม (เคยเป็นแมลงเม่ามาก่อน ตอนนี้เลิกเป็นแล้ว) แต่ก็ดูรู้เรื่องรู้ราวได้เหมือนกัน

Michael Douglas เล่นเป็น Gordon Gekko เจ้าพ่อตลาดหุ้น นักลงทุนเก็งกำไร ผู้ซึ่งทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบจาก Inside Information ของบริษัทซึ่งเขาใช้เป็นเครื่องมือในการทำกำไร นำไปสู่การกระทำที่เรียกว่า Insider Trading (ซึ่งมันจะ Illegal ก็ตอนที่ถูกจับได้)

Charlie Sheen เล่นเป็น Bud Fox โบรกเกอร์หนุ่ม ซึ่งหวังรวยรุ่งพุ่งปรี๊ด ด้วยการนำเสนอตัวเองกับ Gekko แล้วก็โดน Gekko หลอกใช้ (แต่เป็น Bud Fox เองนั่นแหละที่นำ Inside Information บริษัทซึ่งพ่อเขาทำงานอยู่ มาล่อใจ Gekko) แม้ว่า Bud Fox จะรวยเร็วสมใจอยาก แต่ในที่สุดก็หนีไม่พ้นการถูกจับได้ว่า เขาเล่นไม่ซื่อ

หนังเรื่องนี้ค่อนข้างเป็นที่กล่าวถึงกันมากในวงการหุ้น โดยเฉพาะประโยค "Greed is good" ของ Gordon Gekko และ Michael Douglas เองก็ได้รับรางวัลออสการ์ ในฐานะนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมกับบทบาทนี้

ศัพท์ธุรกิจอีกคำหนึ่ง ที่ได้ยินจากหนังเรื่องนี้ แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก คือ Liquidation มันคงเป็นการดำเนินการอะไรซักอย่างกับกิจการ (บริษัท) เพื่ออะไรซักอย่าง -- ใครพอรู้หรือถ่องแท้ ช่วยอธิบายหน่อยก็ดีครับ


ภาพประกอบ: Wikipedia