Wednesday, January 28, 2009

น้ำใจนักกีฬา

กีฬาๆ เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน...

ไปร่วมงานกีฬาสีอนุบาลของลูกคิด ตัวกระผมเอง มีเรื่องเก็บมาคิด อีกแล้วครับท่าน!

มีหลายเกมที่ทางโรงเรียน จัดให้แต่ละสีส่งพ่อแม่ลูก เป็นตัวแทนสีเข้าแข่งขัน

เกมตักไข่ กติกาข้อหนึ่งมีอยู่ว่า พ่อคนแรก จะตักไข่ใบถัดไปเพื่อส่งต่อลูกได้ ก็ต่อเมื่อไข่ใบก่อนหน้าไปถึงที่หมายแล้วเท่านั้น แต่พ่อคนแรกแทบทุกสีเลย ก้มหน้าก้มตา ตักแล้วตักอีก ตักต่อเนื่อง เพราะหวังแต่จะชนะ

เกมเก็บลูกบอลใส่ตะกร้า กติกาข้อหนี่งมีอยู่ว่า ให้เก็บลูกบอลจากอ่างน้ำมาใส่ตระกร้าได้เที่ยวละ 1 ลูกเท่านั้น มีพ่อบางสี เก็บคราวละ 2 ลูก ต่อหน้าต่อตากรรมการนั่นไม่เท่าไหร่ แต่โกงต่อหน้าต่อตาลูกนั่นสิเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่ลูกตัวเองทำตามกติกาเป๊ะ (เด็กอนุบาลมือยังเล็กๆ ยังไงก็หยิบได้ทีละลูก)

คณะครูผู้จัดก็หยวนๆ ยอมๆ ตามประสาพี่ไทย ให้เหรียญทองไป แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเด็กๆ เขาจะเข้าใจเรื่องราวได้อย่างถูกต้อง [ผมอาจจะคิดมาก แต่น่าจะดีกว่าคนไม่คิดอะไรเลย]

คิดว่าผู้ปกครองหลายๆ ท่านที่ละเมิดกติกา คงไม่ได้คิดมากอย่างผม เป็นเพียงแค่อยากให้สีของลูกตัวเอง มีความสุขกับชัยชนะ นั่นเป็นเรื่องธรรมดามาก เพราะเราสามารถเห็นเรื่องแบบนี้ ได้เรี่ยราดทั่วไปในสังคมนิยมวัตถุเช่นปัจจุบัน -- ผมเพียงแค่คิดว่าถ้าจะเปลี่ยน ก็เปลี่ยนตัวเราเองก่อน

เด็กไทยจะ "รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย" ได้อย่างไร ถ้าผู้ใหญ่ไทยยังมุ่งทำทุกอย่าง โดยไม่เคารพกติกา หวังเพียงชัยชนะเท่านั้น

เรื่องของน้ำใจนักกีฬา ไม่ใช่สักแต่ว่าเปิดเพลงกราวกีฬากรอกหูเด็ก แล้วเขาจะซึมซับได้เองซะเมื่อไหร่ละ ถ้าพ่อแม่(ซึ่งมีโอกาสแล้วดัน)ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ทำผิดเป็นถูกให้ลูกเห็น


ภาพประกอบ: ImageShack

No comments: