Friday, July 31, 2009

ผลงานของ วรพจน์ พันธุ์พงศ์

เหมือนหนุ่มปิ๊งสาว เมื่อมีโอกาสได้อ่าน "ทางโลก" ซึ่งเป็นผลงานชิ้นแรกและชิ้นเดียวของ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ ที่เพิ่งอ่านจบไปไม่นาน ทั้งสไตล์ เนื้อหาและถ้อยคำของเขา ผมบอกตัวเองได้ทันทีว่า ใช่เลย! คือคนนี้เลย งานเขียนงานเล่า...ที่ชอบที่ชอบ

หลังจากจบ "ทางโลก" ตั้งใจว่าจะทยอยหาผลงานของวรพจน์ มาอ่านอย่างต่อเนื่อง วันนี้เลยถือโอกาสมาไล่เรียงเอาไว้ก่อน


อ่านงานเขียนของวรพจน์ บรรยากาศเหมือนกำลังนั่งร่ำสุรา เสวนาชีวิต ประสาพี่กับน้อง ความคิดเห็นและมุมมองต่อเรื่องราวต่างๆ ช่างโดนใจ ใกล้เคียงจนเกือบจะเหมือนกับตัวผมซะเหลือเกิน ต่างกันตรงของพี่ 'หนึ่ง' วรพจน์แกทั้งลึกและกว้างกว่าผมเยอะนัก ที่สำคัญเข้าถึงได้ง่าย สบายๆ เปิดกว้าง -- ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง

เครียด

ช่วงนี้ขออนุญาต ยืมฉายาของโฆเซ่ มูริญโญ่ "เฮียเครียด" มาใช้หน่อย เหมาะกับตัวเองเผง

ชีวิตที่มีความเครียด ถึงจะเป็นชีวิตที่มีรสชาด

อยากให้ความเครียด อยู่กับเราไปนานๆ ประมาณ... แต่งงานกันนะ จะพาไปดูหมีแพนด้า

...

ย่างเข้าบั้นปลายของชีวิต สาเหตุหลักของความเครียด คือเรื่องเสียดายเวลา (ที่เหลืออีกไม่นาน)

มัวแต่ลังเล ไม่ตัดสินใจ ไม่ได้เสียดายโอกาส ไม่ได้เสียดายรายได้ ไม่ได้เสียดายอะไรเลย

นอกจากเสียดายเวลา


อายุปูนนี้ ทุกนาทีที่พ้นผ่าน คงต้องรู้แก่ใจละว่า ใช้มันคุ้มค่าแล้วหรือยัง


[เที่ยงคืนครึ่งแล้ว ขอตัวไปนอนก่อนครับ]


หมายเหตุ: อย่าพยายามมองหาสาระจาก blog นี้มากนัก อาจเสียดายเวลาที่อ่าน

Tuesday, July 28, 2009

ทางออก

ทุกปัญหามีทางออกเสมอ

บางปัญหามีหลายทางออก มีทางเลือก

บางปัญหามีทางออกเดียว ไม่มีทางเลือก

ทางออกเดียวอาจเจ็บปวด

ทางออกเดียวอาจทรมาน

ทางออกเดียวอาจฝืนใจ

แต่ถ้าอยู่ต่อไป [ไม่ออก] เจ็บปวด ทรมาน และฝืนใจ มากกว่า

...

เมื่อถึงเวลา คนขี้แพ้มักเลือกหนี -- ไปตายเอาดาบหน้า

ซึ่งอาจเจ็บปวด ทรมาน และฝืนใจ ยิ่งกว่า ใครจะรู้

Sunday, July 26, 2009

My New Desktop PC

เครื่อง Desktop PC ที่บ้านเสีย เดิมเคยตั้งใจไว้ว่า ต่อไปจะซื้อเป็น Notebook PC ใช้ เพราะอยากให้บ้านโล่งๆ ว่างๆ กว้างๆ ประมาณนั้น แต่สุดท้ายทำใจไม่ได้ เงินเดือนออกแล้ว คงต้องไปเดินหา Mainboard, CPU และ RAM มาประกอบลงกล่องเดิม (อย่างอื่นใช้ของเก่าทั้งหมด ส่วน VGA ก็ on board ไปก่อน เดือนไหนมีตังค์เหลือค่อยจัดเพิ่มเติม)


หาข้อมูลจากเน็ต จัด spec ออกมาได้ประมาณนี้ [ตัวเลขในวงเล็บคือราคา อ้างอิงจาก Thanni.com] เงินออกคราวนี้คร่าวๆ ไม่ต่ำกว่า 5,080.-


ไว้ค่อยมาดูกันว่า กลับจากพันทิพย์แล้ว จะได้ spec ตามนี้หรือไม่ (ส่วนใหญ่จะเสียตังค์เพิ่มเกินกว่าที่ตั้งใจ)

...

ปุจฉา: แล้ว Harddisk SATA 80GB ก้อนเดิม จะใช้กับ Mainboard SATA II ได้รึเปล่านะ

Tuesday, July 21, 2009

มุมความรู้เกี่ยวกับการลงทุน

ถ้า... ไม่มีลูก ไม่มีเมีย ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีหลานๆ ไม่มีพี่ ไม่มีน้องแล้ว ผมคิดว่าจะไปบวชตลอดชีวิต (ชาตินี้คงทำไม่ได้แน่นอน เงื่อนไขเยอะเหลือเกิน)

ทำมาหากะตังค์กันต่อไปเต๊อะ

...


เมื่อเช้าเห็นโฆษณางาน Mutual Fund Fair ในรถไฟฟ้า ซึ่งจะจัดที่สยามพารากอน วันที่ 20-23 สิงหาคมที่จะถึงนี้ กะ(อีกแล้ว)ว่าจะไป เพราะอยากลงทุนในกองทุนรวมบ้าง (ทั้งๆ ที่เดือนๆ แทบไม่มีเงินเก็บเลยเนี่ยนะ)

คลิกตามลิงก์ในหน้าเว็บของ Thai Mutual Fund ไปเจอหนังสือ มุมความรู้เกี่ยวกับการลงทุน ของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน แปะไว้ก่อน แล้วว่างๆ จะหาโอกาสอ่าน ที่สำคัญและน่าสนใจมากเพราะว่ามัน... ฟรี! ครับพี่น้อง

Monday, July 20, 2009

พูดเพราะอยากฟัง เขียนเพราะอยากอ่าน สอนเพราะอยากเรียน

ณ ชุมชน [หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะ] ก้าวหน้า แห่งประเทศสารขัณฑ์ชุมชนหนึ่ง ได้กำหนดตัวชี้วัด หรือ KPI (Key Performance Index) ตัวหนึ่ง เพื่อวัดความสำเร็จในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการบริหารจัดการความรู้ หรือ Knowledge Management หรือ KM ที่ทุกชุมชนกำลังนิยมทำกัน

ภาพภูเขาน้ำแข็ง เปรียบเทียบระหว่างความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) กับความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) ได้ถูกนำมาแสดงต่อสมาชิกในชุมชนมากกว่าหนึ่งรอบ เพื่อกระตุ้นและผลักดันให้สมาชิกซึ่งมีความรู้ที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัว (เชื่อมั่นว่าทุกคนมี) ถ่ายทอดมันออกมา ไม่ว่าจะด้วยการสนทนาบอกเล่า การเขียนบันทึก ไปจนถึงการจัดฝึกอบรม

...

นายเสหนาก (เส-หะ-หนาก) เป็นผู้หนึ่ง ซึ่งเคยเชื่อมั่นอย่างสูงว่า การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การทำ KM อย่างจริงๆ จังๆ จะช่วยให้ชุมชนไปโลด อย่าว่าแต่อยู่รอดเลย เสหนากพยายามทำทุกทาง ไม่ว่าจะเขียน พูด(พร่ำ) แม้กระทั่งสอนกันแบบตัวต่อตัว เขาทำมาทั้งหมดแล้ว

วันแล้ววันเล่า เวลาผ่านไปกว่า 3-4 ปี เสหนากก็เริ่มท้อ เพราะรู้สึกว่าไม่เพียงแค่อยู่กับที่ มันดูจะถดถอยซะด้วยซ้ำ ความเชื่อมั่นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของชุมชน ลดลงหนัก ชนิดที่รู้สึกได้ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้นจะเป็นเพราะอะไร ยังมิอาจสรุปได้

แต่กระนั้น แม้กระทั่งทุกวันนี้ ผู้นำชุมชนยังคงเชื่อมั่นและพยายามกระตุ้นและผลักดัน ให้สมาชิกถ่ายทอด Tacit Knowledge ในตัวเองออกมาให้มากที่สุด ช่างน่านับถือและชื่นชมคณะผู้นำชุมชน [หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะ] ก้าวหน้าแห่งนี้จริงๆ

...

แต่สำหรับเสหนากแล้ว เขาได้แต่บอกตัวเองเท่านั้นเพียงว่า
คนจะอยากพูดเพราะว่ามีคนอยากฟัง คนจะอยากเขียนเพราะว่ามีคนอยากอ่าน และคนจะอยากสอนเพราะว่ามีคนอยากเรียน เฉกเช่นว่า เมื่อไม่มีปุจฉา ไฉนจะมีวิสัชนา



ภาพประกอบ: Wikipedia

Wednesday, July 15, 2009

ขอรับท่าน คอรัปชั่น

วลี keyword วงเล่าข้าวกลางวัน จากประเด็น คนไทยกับ ทุจริต คอรัปชั่น สินบนใต้โต๊ะ

ขี้ร้อน, ชอบดูงานต่างประเทศ, สิบห้าเปอร์เซนต์ของเบอร์หนึ่ง กับอีกสิบเปอร์เซนต์ของเบอร์สอง และอีกห้าเปอร์เซนต์ของน้องๆ, เอ๊าซอร์สงานให้บริษัทกระดาษ, หน่วยงานรัฐไทยหน่วยงานไหนก็เหมือนกัน

ผลสำรวจเอแบคโพลล์บอกว่า คนไทยส่วนใหญ่รับได้กับเรื่องคอรัปชั่น

...

ลุงใจดีเพื่อนร่วมหมู่บ้าน ด้วยความที่นิยมชมชอบความมีน้ำใจของแม่บ้าน จึงอาสาอย่างจริงจังว่า จะฝากลูกคิดเข้าสาธิตจุฬา เนื่องจากแกมีเส้นสาย ผมไม่กล้าปฏิเสธ เพราะกลัวจะเสียเพื่อนบ้านที่แสนดี ก็เลยต้องตอบไปว่า "ขอรับท่าน" -- ผมจะสอนลูกเรื่อง "คอรัปชั่น" โดยเอาพ่อเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีได้รึเปล่า

เข้าทำนอง อยากเป็นพ่อเลวแต่สอนลูกดี โลกจะได้สรรเสริญ

...

เรื่องแป๊ะเจี๊ยโรงเรียนดังๆ นั้น ผมได้ยินข่าวมาหลายกระแส แต่แน่ๆ คือหลักแสนขึ้น ขึ้นอยู่กับว่าพ่อแม่ผู้ปกครองใครจะเกได้มากกว่า โอกาสของลูกก็จะมากกว่าตามไปด้วย

ทำมั้ย! ... คุณครูครับ ทำไมไม่กำหนดมาเลยดีกว่ามั้ยครับว่า 2 แสน 3 แสน หรือว่า 4 แสน 5 แสน ผมรู้สึกทุเรศ ไอ้คำว่า "ตามแต่ศรัทธา" อะไรนั่นจริงๆ

(แล้วตูเสือกไปยุ่งกับโรงเรียนเค้าทำไมไม่ทราบ)

...

กำลังสับสนกับความคิดความเชื่อของตัวเองในช่วงนี้อย่างมาก ถ้ายังไม่ทำตัวกลมกลืน รับได้ "ขอรับท่าน คอรัปชั่น" แล้วจะมีชีวิตอยู่ในโลกความจริงของสังคมไทยได้ยังไงหว่า เพราะหันไปทางไหนก็เจอ

Saturday, July 11, 2009

หนึ่งสัปดาห์มีเจ็ดวัน

เพ่งชีวิต ที่สุดแล้ว มันซ้ำ (ไม่ช้ำ)

เริ่มด้วยบริสุทธิ์ ผุดออกมาขาว


...


หนึ่งวันอาทิตย์สีแดง

สองวันจันทร์สีเหลือง

สามวันอังคารสีชมพู

สี่วันพุธสีเขียว

ห้าวันพฤหัสฯ สีส้ม

หกวันศุกร์สีฟ้า

เจ็ดวันเสาร์สีม่วง


...


แปด! วันไหนเผา -- สีดำ

Monday, July 06, 2009

อย่าเลือกมองดวงจันทร์


อย่าเลือกมองดวงจันทร์เฉพาะในวันทอแสงสว่าง



...

มะม่วงพันธุ์ใหม่กับรายการวิทยุ

Saturday, July 04, 2009

นักลงแรง

นอกจากทางธรรมแล้ว ช่วงนี้เธอยังคิดจะเอาดีทางทุนอีกด้วย และวันนี้เธอก็ได้กลายเป็น "นักลงทุน" เต็มตัวไปแล้ว



[เอาใจช่วยครับ]


การเล่นหุ้นนั้น ถ้าไม่โลภมากจนเกินไป คงไม่เพลี่ยงพล้ำเจ็บตัว ยังไงซะ ก็ขอให้กำไรจงบังเกิดแก่เธอด้วยเถิด... สาธุ!

...

ส่วนตัวผม (ทางโลก) คงเป็นได้แค่ "นักลงแรง" ผู้ซื่อสัตย์ ทำงานกินเงินเดือนเหมือนเดิมต่อไป ไม่เปลี่ยน


ภาพประกอบ: BBC

Friday, July 03, 2009

กฎข้อสำคัญสำหรับหัวหน้าคือ ใจ

คุณควรจะดีใจหรือเสียใจ ถ้าวันหนึ่งลูกน้องเดินมาบอกว่า "พี่ๆ ผมว่าพี่ช่างเป็นหัวหน้า ที่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย" -- ที่บอกว่าควรดีใจ คือได้ feedback ไงครับ

ถ้าวันๆ BOSS (ผมจะแปลว่า "หัวหน้า" ไม่ใช้คำว่า "เจ้านาย" เพราะเจ้านายสำหรับผมแล้ว คือคนที่เป็นเจ้าของเงิน ซึ่งจ่ายค่าจ้างให้เรา ลำพังผู้บริหารระดับสูง ก็ลูกจ้างกินเงินเดือนเหมือนกัน) ได้แต่พร่ำว่า "...เฮ้ย! ผมซึ้งและตระหนักในคุณค่าของพวกคุณนะ..." แต่ไม่เคยได้ลงมาคลุกวงในอย่างใกล้ชิด ประเภทใจแลกใจแล้วละก็ สำหรับผม มันก็ไม่ต่างอะไรกับ BOSS ที่เอาแต่สั่ง แล้วก็ด่า (ใช้พระเดช) แถมดูแย่กว่าซะอีก เพราะคอยแต่จะสร้างภาพเป็น "เทพ" ดีแต่พูด แต่ไม่ได้พยายามทำอะไรอย่างที่พูดเลย

...

"ลูกน้องเอ้ย พวกคุณต้องทำให้หลานน้อง (ลูกน้องของลูกน้อง) เชื่อมั่นและศรัทธาให้ได้ เพื่อที่พวกเขาจะทุ่มเทเต็มร้อยกับองค์กร" แต่ตัวหัวหน้าเองไม่ได้เคยทำอะไรอย่างที่พร่ำเลย ท่านๆ คิดว่าจะได้รับการตอบสนองแบบไหนกันหรือครับ


...


ในชีวิตการทำงานที่ผ่านมา ผมถือว่าโชคดีอยู่เหมือนกัน ที่ได้เคยพบพานกับ BOSS ซึ่งพร่ำพูดและชี้แนะอยู่เสมอ ถึงเรื่องคุณค่าของคน คุณค่าของชีวิต ว่าที่แท้จริงแล้วมันคืออะไร และไม่เพียงแค่พูด สิ่งที่แสดงออก การกระทำที่ปรากฏ พิสูจน์แล้วว่า BOSS เป็นอย่างที่พูดจริงๆ เป็นมาจากข้างใน ไม่ได้สร้างภาพ

เรื่องแลกใจของหัวหน้ากับลูกน้องนั้น มันต้องสั่งสมอย่างต่อเนื่องและใช้เวลานาน คนดี คนเก่ง หรือเทพทั้งหลายในองค์กร น้อยคนนักจะเป็นหัวหน้าที่ดี ... แต่ผมไม่เคยคิดว่าคนที่ไม่ใช่นั้นผิดนะครับ เพียงแต่ว่าใครจะเลือกอย่างไรเท่านั้น -- ของแบบนี้ ก็ปัจเจกอีกเหมือนกัน

เมื่อถึงเวลาก็ "เลือกเอา" นะครับ


ภาพประกอบ: NBC Universal Store

มันจึงเป็นผลงานที่แสนห่วย

คงไม่ใช่เฉพาะผมหรอก ที่มีทางเลือกในชีวิตไม่มากนัก แม้จะผ่านช่วงเวลาที่ได้เรียนรู้มากพอสมควร แต่ ณ วันนี้ยังต้องใช้เวลาหาเหตุผลให้กับตัวเอง เมื่อชีวิตเดินมาถึงทางเลือกทางแยก

เมื่อจำเป็นต้องเลือกที่จะทำงาน ทำงาน และก็ทำงาน เพื่อให้ได้มาซึ่งมิติทางเศรษฐกิจที่ "เพียงพอ" อยู่ได้ ในสังคมชนชั้นกลาง ตามแบบคนเมืองทั่วไป ไม่ต้องการให้ครอบครัว เผชิญกับคำถามจากรอบด้าน ... ผมจึงเลือกที่จะเป็นและทำเหมือนคนส่วนใหญ่

เวลาในแต่ละวันซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าคงที่และจำกัด ถูกโยนเข้าไปในฝั่งของงาน (work) มากขึ้น แน่นอนว่ามันย่อมถูกดึงออกมาจากฝั่งครอบครัว (family) มากขึ้นตามไปด้วย

จะให้ "เพียงพอ" กับความต้องการของทั้งสองฝั่ง คงทำไม่ได้แน่แล้ว 2-3 สัปดาห์มานี้ พ่อมันแย่ วันก่อนลูกคิดไม่สบาย พ่อก็ปล่อยให้แม่ดูแล พาไปหาหมอเพียงลำพัง พ่อเอาแต่นั่งปั่นงาน เช้า สาย บ่าย ค่ำ

คำแก้ตัวเน่าๆ ก็คือ "ที่พ่อทำงานหนักทุกวันนี้ ก็เพื่ออนาคตของลูกนะคร้าบ"


"มันจึงเป็นผลงานที่แสนห่วย คนที่ซวยก็คือตัวลูกน้อย"




ภาพประกอบ: fotolia