Tuesday, September 29, 2009

ร้านแล้ว ร้านเล่า

ปลายสัปดาห์ที่แล้ว อดีตลูกน้องซึ่งผมภูมิใจมากที่สุดคนหนึ่ง ทักทายมาทาง msn หลังจากไม่ได้เจอกันมาเกือบปี ไม่ว่าจะเป็น offline หรือ online หรือแม้แต่ hotline

น้อง: "พร้อมจริงอ๊ะเปล่าพี่....?" -- display name ของผม snakk พร้อมดื่ม
พี่: "ตามนั้นเลยน้อง พี่พร้อมเสมอ ไม่ได้โม้" -- รับคำทันที เรื่อง drink นี่ ไม่เคยฟอร์ม
น้อง: "พี่เคยไปนั่งที่ร้านตักสุรามั้ยครับ ?"
พี่: "ไม่เคยอะ แต่คุ้นๆ แฮะ นึกออกแล้ว อยู่แถวราชเทวีใช่รึเปล่า ?"
น้อง: "ผมเพิ่งไปนั่งมา ศุกร์ที่แล้ว อาหารใช้ได้ บรรยากาศโอเค มีดนตรีเล่นด้วย สบายๆ และที่สำคัญไม่แพง"
พี่: "เหรอ"

น้อง: "ศุกร์นี้ว่างมั้ยพี่ เจอกันที่ตักสุรา"
พี่: "ได้ แต่ขอเป็นศุกร์หน้าดีกว่านะ รอให้เงินเดือนออกก่อน โอเคปะ"
น้อง: "ได้เลยครับ ตกลงตามนั้น"

พี่น้องครับ แค่ชื่อ "ตักสุรา" มันก็ช่างชักชวนให้ไปนั่งดริ๊งค์ซะเหลือเกินแล้ว ทั้งๆ ที่ไม่เคยมาก่อน

ไม่กินเหล้าแล้วทำอะไร ผม "กินเบียร์" -- จริงๆ

...

ร้านประจำ "ร้านแล้ว ร้านเล่า"

ค้ำคูณ -- ร้านอาหารห้องแถวชิวๆ สำหรับคอเหล้ากระเป๋าเบา ริมถนนลาดหญ้าอยู่ใกล้กับท่าเรือคลองสาน ฝั่งธนฯ (20 ปี)

เค้กแอนด์โคน -- ร้านเค้กและไอศกรีม รสนิยมของคนรุ่นใหม่ แต่มีเพลงย้อนยุคสำหรับคนรุ่นเก่า อีกทั้งเหล้าเบียร์เบาๆ และที่สำคัญมี มิตรภาพ (10 ปี)


ทุกร้านกลายเป็นอดีต ปัจจุบันไม่มีร้านประจำ ปีหนึ่งๆ ตั้งวงนับครั้งได้ ผมถูกตั้งคำถามเสมอว่า ทำไมเพื่อนฝูงนานๆ เจอกันทีต้องกินเหล้าด้วย ไม่เคยตอบ เพราะผู้ถามไม่ได้ต้องการคำตอบ

แต่ถ้าจะให้ตอบ...

เพราะว่า [วงเหล้า|เล่า] ของผมมันมีสองด้าน ถ้าให้เลิกก็ต้องทิ้งหมดทั้งสองด้าน ซึ่งนั่นมันเป็นเรื่องของอนาคต

Saturday, September 19, 2009

Electronic Garbage?

หมดอายุขัย สิ่งเหล่านี้เพียง... รอวันถูกอัปเปหิ


Tuesday, September 15, 2009

The Constant Gardener

The Constant Gardener หนังของ Fernando Meirelles ผู้สร้าง City of God (หนังสุดโปรดที่สุดเรื่องหนึ่งของผม) เป็นหนังที่สร้างจากหนังสือชื่อเดียวกัน เนื้อหาเป็นอย่างไร ไม่เล่าดีกว่า แต่ที่เอามาเขียนถึง คือ ดูแล้วได้แง่คิดอะไร

ระยะหลังมานี้ เปิดหนังทีไรเหมือนไม่ค่อยได้ดู เป็นหนังต่างหากที่ดูผม เพราะว่าหลับเกือบทุกเรื่องเลย (ก็แน่ละ movie time ของผมคือช่วงบ่ายวันเสาร์-อาทิตย์นิ)

อยากเป็นเหมือนพระเอก ซึ่งเชื่อมั่นและไว้ใจเมียตัวเองมากๆ อะไรที่ไม่แน่ใจ ก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นจริงด้วยตัวเองซะก่อน


ดูหนังจบ แล้วคิดแล้วเขียน

สามี-ภรรยา ไม่ใช่ปาท่องโก๋ ไม่ต้องจัดเป็นแพ๊คเกจ ไม่ต้องไปเป็นคู่กันตลอดเวลา

ชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน ไม่ใช่เรื่องของคนๆ เดียว เพราะฉะนั้น จึงไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องเดียวแน่นอน -- ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ รู้จักแต่เรา

ผัวไม่ใช่เตี่ย เมียไม่ใช่ทาส และบ้านก็ไม่ใช่คุก ครอบครัวต้องร่วมกันเสริมสุข ไม่ใช่เอาทุกข์มาสาดใส่กัน


ภาพประกอบ: Wikipedia

Friday, September 11, 2009

Good Morning! LOVE

มาถึงที่ทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ ล็อกอิน MSN ... เจอดีเลย

Monday, September 07, 2009

ผู้ใหญ่ฝาก

เด็กฝากเป็นเด็กดี เป็นเด็กรู้จักออม จะได้มีเงินเก็บไว้ใช้ในอนาคต

เฮ้ย! ไม่ใช่ ... เด็ก(ถูก)ฝาก เข้าเรียน เข้าทำงาน โดยไม่ได้เข้าไปตามกระบวนการตามปกติ อาศัยความสัมพันธ์ อำนาจ หรือทรัพย์สินบน แป๊ะรับประทาน (แป๊ะเจี๊ยะ)

...

น่าจะเรียกว่า "ผู้ใหญ่ฝาก" มากกว่า -- บ้านเมืองมันจะดีได้อย่างไรละครับ ในเมื่อผู้ใหญ่มันทำตัวเลวๆ ให้ลูกให้หลานเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแบบนี้

รักลูกห่วงหลาน หวังดีอยากให้เด็กได้เรียนโรงเรียนดีๆ อยากให้ทำงานในองค์กรดังๆ แต่หารู้ไม่ว่าพฤติกรรมที่ทำลงไปนั้น เป็นการดูถูกลูกหลานตัวเองอย่างแรง เป็นการทำร้ายลูกหลานโดยทางอ้อม มิหนำซ้ำยังทำร้ายประเทศชาติอีกด้วย

ลึกๆ ลงไปแล้ว ผู้ใหญ่ฝากพวกนี้ ทำเพื่อหน้าตาตัวเองมากกว่า เพราะชอบเอาไปคุยโม้โอ้อวดว่า ลูกฉันเก่งเรียนที่นั่น หลานฉันยอดทำงานที่นี่ ส่วนผู้ใหญ่ที่ทำตัวเป็นคนรับฝาก ก็ยอดแย่ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะพวกที่รับเงินแป๊ะเจี๊ยะ (บางคนมีข้ออ้างว่า โดนทวงบุญคุณ เพราะเคยไปพึ่งพาคนฝากเอาไว้)

...

เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนการกระทำ หันมาส่งเสริมพวกเด็กๆ เขา ด้วยการพัฒนาความรู้ ความสามารถของพวกเขากันดีกว่า สร้างค่านิยมเลิกใช้เส้นสาย เลิกเอาเปรียบสังคมด้วยวิธีผิดๆ ช่วยกันสร้างทัศนคติที่ดี โดยเริ่มจากเรื่องเล็กๆ นี่ละครับ มันจะฝังรากลึก ทำให้เด็กๆ อนาคตของชาติ โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณธรรมได้แน่นอน



หยุดทำร้ายเด็ก หยุดทำร้ายประเทศไทย ด้วยการเลิกทำตัวเป็นผู้ใหญ่ฝากกันเถอะครับ


เครดิตภาพ: ชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ (หยุดแป๊ะเจี๊ยะ เด็กฝาก)

Wednesday, September 02, 2009

ความรักที่ใช่ ต้องให้เธอได้เลือก

เสียงบ่นเล็กๆ ของเด็กน้อย ผมเป็นพ่อ คงต้องฟังและเก็บมาคิด แม้ว่าเด็กคนนั้นจะไม่ใช่ลูกหลาน แต่นี่ใช่ลูกคิดเลยอะ


...


ถึงจะไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกมากนัก เนื่องจากงานรุมเร้า แต่ตลอดเวลาอายุ 4 ขวบกว่าๆ ผมเฝ้าคอยสังเกตหาจุดเด่นจุดด้อยของลูกสาวตัวเองอยู่เสมอ

ลูกคิดเป็นเด็กที่พูดจาเก่ง ชัดถ้อยชัดคำ ซึ่งข้อนี้เห็นมาตั้งแต่เริ่มพูดได้ตอนขวบเศษแล้ว แต่ในวันนี้ สิ่งที่เห็นอย่างเด่นชัดคือ การรับรู้เก็บรายละเอียดของเหตุการณ์ และนำไปใช้โดยวิธีเปรียบเทียบระหว่างประสบการณ์ในอดีต กับสถานการณ์ปัจจุบัน แค่นี้ผมก็ถือว่าเป็นจุดเด่นแล้ว เรื่องถูกผิด หรือมีเหตุผลรึเปล่านั่นเป็นอีกประเด็น

ตรรก การเชื่อมโยงจากเหตุไปหาผล หรือย้อนคิดจากผลไปหาเหตุนั้น เป็นอีกเด่นหนึ่งลางๆ ที่ลูกคิดเริ่มส่อแวว บวกกับความชอบในวิชาเลขคณิต หัวของลูกต้องมาในแนวคำณวนแบบพ่อแน่ๆ แต่ยังไงก็ต้องพยายามยัดเยียดอารมณ์ศิลป์ให้ด้วย เป็นลูกผู้หญิง จะได้ไม่แข็งกระด้าง

เป็นพ่อเป็นแม่คนก็แบบนี้แหละ จ้องแต่คอยจะวาดจะฝัน คิดอยากให้ลูกเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้ โดยอ้างความรักความหวังดีเป็นที่ตั้ง ไม่เคยถามความสมัครใจของลูก หลายครอบครัวอาจจะลงรายละเอียดหน่อย (เช่นเดียวกับที่ผมพยายามทำ) เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับเหตุผลของตัวเอง -- แต่ -- คงต้องย้ำกับตัวเองอยู่เสมอว่า at the end of the day (คงใช้วลีนี้ไปตลอด) สิ่งที่ต้องการคืออะไร


...


สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในสถานการณ์ง้องแง้ง ตอนที่ครอบครัวเราพ่อแม่ลูก กำลังตัดสินใจ ซื้อกระเป๋านักเรียนใบใหม่ให้ลูกคิด เจ้านายตัวน้อยแอบบ่นเบาๆ ให้ได้ยินว่า

ทำไมเวลาพ่อแม่ซื้อของ พ่อแม่ยังเลือกได้ แล้วทีหนูทำไมถึงเลือกไม่ได้อะ

เล่นเอาพ่อและแม่หันมองหน้ากัน แล้วหัวเราะเสียงเจื่อนๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ยอมตามใจลูกอยู่ดี (อัตตาพ่อและแม่สูงมาก)


...


พ่อเข้าใจและตระหนักดีว่า ความรักที่ใช่ ต้องให้เลือกเอง เพราะชีวิตเป็นของลูก แต่ก็เพราะว่าลูกยังเล็กนัก เชื่อว่าประสบการณ์ของพ่อแม่ น่าจะให้อะไรดีดีกับลูกได้บ้าง แล้วในวันหนึ่งที่พ่อกับแม่เห็นว่าลูกพร้อม วันนั้นชีวิตของลูก ลูกจะได้เลือกเอง


ความรัก ความรัก ความรัก

จงแน่นหนัก อยู่เสมอ

ให้เธอคิด ให้เธอ มีเสรีภาพ

ให้เธอหวัง ให้เธอวาด ให้เธอ