Thursday, November 12, 2009

ใฝ่ต่ำ

ปีนี้เกือบทั้งปี งานและชีวิต เหนื่อยเลยเฉื่อย แรงจูงใจหดหาย แต่ความรับผิดชอบยังคงอยู่

อาจเป็นเพราะย่างเข้าสู่วัยชรา ร่างกายอ่อนล้า จิตใจก็พาลอ่อนแรงตาม ?

...

บ่นให้ฟัง จนเมียเบื่อ หลุดปากออกมาว่า

"ก็พ่อเป็นคนไม่ทะเยอทะยาน ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง เลยทำให้รู้สึกเหนื่อย ลองดู...สิ นั่นตรงกันข้ามกับพ่อเลย เขาทะเยอทะยาน ทำให้กระตือรือร้น ทำงานหนักยังไงก็ไม่รู้สึกเหนื่อย"


เหมือนจะถูกตำหนิ ผมไม่ได้โกรธ เพราะสิ่งที่เมียพูดเป็นความจริง -- สังคมแห่งทุนเรียกว่า "ใฝ่ต่ำ" รึเปล่า

หรือผมคิดแต่ใฝ่หา ความสุขราคาถูก


ที่บึงใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งมีอายุอยู่คู่บ้านคู่เมืองแห่งนั้นมาเป็นระยะเวลาหลายร้อยปี

มีตาแก่คนหนึ่ง แต่งชุดดูมอซอ และหน้าตาเปี่ยมด้วยความสุขคนหนึ่ง นั่งตกปลาอยู่ ณ ที่นั่นตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น

ระหว่างที่เขานั่งผิวปากตกปลาอยู่อย่างสบายใจนั้น ก็ได้มีเศรษฐีพอมีอายุคนหนึ่งขับรถเบนซ์มาจอดใกล้ ๆ บริเวณเดียวกับเขา

ชายแก่หันไปมอง ก็ได้เห็นเศรษฐีเดินมาพร้อมกับอุปกรณ์ตกปลาที่แพงระยิบ พร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ ชายแก่ผู้นั้น

เศรษฐีสูงวัยคนดังกล่าวนังจิบเบียร์อย่างสบายใจ ชายแก่หันไปมองแล้วยิ้มให้กับเศรษฐีรายนั้น

เศรษฐีรายนั้นยิ้มตอบกลับอย่างฝืนใจเต็มที อย่างไรก็ตามเขาก็ยังมีแก่ใจเริ่มต้นบทสนทนากับชายแก่ในเวลาต่อมา

"ตกปลามานานหรือยัง ?"

"ทั้งชีวิตครับ"

"เป็นไง รายได้ดีมั้ย" - "มีความสุขมากครับ"

"เฮ้ย ไอ้นี่ อั๊วถามว่ารายได้ดีมั้ย ไม่ใช่มีความสุขมั้ย" - "ขอโทษเถอะครับ ผมตกเบ็ดเพื่อหาปลาครับ ไม่ใช่เพื่อหารายได้"

"บ๊ะ ยังไงกัน แกไม่รู้จักเอาปลาไปขายเอาเงินบ้างหรือ ?" - "เอาไปทำไมครับเงิน"

"อ้าว มีเงินแล้วก็มีความสุขสิวะ" - "ทำไมต้องมีเงินแล้วมีความสุขครับ"

"อ้าว เฮ้ย ชักพูดไม่รู้เรื่องแล้วเรียนหนังสือมาบ้างรึปล่าวน่ะ คนเราเนี่ยนะ ถ้ามีเงินมาก ๆ อยากได้ความสุขยังไง เงินก็เนรมิตให้ได้"

"ผมไม่เห็นต้องรอให้เงินมาเนรมิตเลยครับ"

"หมายความว่าไง" - "ก็ผมมีความสุขกับการตกปลาอยู่ทุกวันแล้ว"

ชายแก่หน้าตาซื่อ ๆ ตอบไปตามความจริง เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งไป แกจึงยิงคำถามกลับไปบ้าง

"แล้วคุณนน่ะ ไปไงมาไงถึงได้มาตกปลาหละ" - "ผมอยากมีความสุขน่ะสิ ถึงได้มาตกปลาใกล้ ๆ คุณนี่ไง"

"แล้วก่อนหน้านั้น คุณไปอยู่ไหนมา ไปเสียเวลาอยู่ที่ไหน จึงมาตกปลาเอาอายุปูนนี้"

"ผม ก็ทำธุรกิจไง สะสมเงินทองให้มากที่สุด ผมใช้เวลาราว 20 ปี เพื่อที่จะมีเงิน 30-40 ล้านเหมือนทุกวันนี้ ตอนนี้ธุรกิจผมมั่นคงแล้ว ผมก็ให้ลูก ๆ เขาทำกันต่อ ส่วนผม หลังจากนี้ไปก็จะใช้เวลาหาความสุขอย่างเต็มที่ ด้วยการมานั่งตกปลาเงียบ ๆ อย่างที่ผมฝันมานานแสนนานนี่ไง"

"โอ้โฮ แม่เจ้าเว้ย เพื่อที่จะมีความสุขเนี่ย คุณต้องเสียเวลาเก็บเงินเป็นสิบ ๆ ปีเลยหรอ ผมไม่เห็นต้องทำอย่างงั้นเลย วันไหนผมว่าง ผมก็มานั่งตกปลา ไม่เห็นต้องหาเงินเป็นร้อยล้านก่อนเลยถึงจะมาตกปลาอย่างมีความสุข"

"!!!?"


ผมทำงานหาเงินมาตลอด 20 กว่าปี เสี่ยงโชคเป็นบางครั้ง ณ วันนี้ยังมีเงินเก็บไม่ถึงล้านบาท (คงต้องทำต่อไปจนตายละครับ) ชีวิตที่ผ่านมา อาศัยเสพสุขและทุกข์ตามเบี้ยบ้ายรายทางเอา ประสบการณ์จากอดีตบ่อยครั้งถูกสำรอกออกมาเป็นน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต ให้ยังคงเดินหน้าต่อไป

จะเรียกว่าใฝ่ต้อย ใฝ่ต่ำ หรือใฝ่อะไรก็ตามเถอะ แต่ผมน่ะใฝ่แบบเดียวกับตาแก่ตกปลาในเรื่องเล่าความสุขราคาถูก (จากหนังสือธรรมะพารวย/ว.วชิรเมธี ผ่านบล็อก iL bLog Di CaLciOoooo...) ที่ยกมาข้างบนนั่นแหละ -- ซึ่งก็ได้แค่ใฝ่ แต่ในความเป็นจริง แทบจะยังทำไม่ได้เลยซักนิดเดียว

...

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าผมใฝ่อะไร แต่มันอยู่ที่ว่าใฝ่แล้วอย่าทำให้ใคร (รวมทั้งตัวเอง) ต้องรู้สึกอึดอัดและเดือดร้อนนั่นต่างหาก

No comments: