Thursday, October 21, 2010

สิทธิผู้บริโภค 5 ประการ

เมื่อเช้าเดินผ่านศูนย์บริการสาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร เหลือไปเห็นป้ายผ้าประชาสัมพันธ์ สิทธิผู้บริโภค 5 ประการ ผมไม่ได้หยุดอ่านหรอก แต่จำไว้ว่าจะมาหาดูจากอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (Office of the Consumer Protection Board) เก็บไว้อ้างอิงซะหน่อย เนื่องจากเป็นเรื่องที่คนทั่วไปรวมทั้งผม แทบจะไม่ค่อยได้ใส่ใจ ถ้าไม่มีงานเข้าให้เดือดร้อนถึงตัวเองหรือคนใกล้ชิด

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ให้ความสำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภค โดยบัญญัติถึงสิทธิของผู้บริโภคไว้ในมาตรา 57 ว่า "สิทธิของบุคคลซึ่งเป็นผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครองทั้งนี้ตามที่ กฎหมายบัญญัติ"

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ได้บัญญัติสิทธิของผู้บริโภคที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย 5 ประการ ดังนี้

1. สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการโฆษณาหรือการแสดงฉลากตามความเป็นจริงและปราศจากพิษภัยแก่ผู้บริโภค รวมตลอดถึงสิทธิที่จะได้รับทราบ ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอย่างถูกต้องและเพียงพอที่จะ
ไม่หลงผิด ในการซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยไม่เป็นธรรม

2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะเลือกซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยความ สมัครใจของผู้บริโภค และปราศจากการชักจูงใจอันไม่เป็นธรรม

3. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับสินค้าหรือบริการที่ปลอดภัย มีสภาพและคุณภาพได้มาตรฐาน เหมาะสมแก่การใช้ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สิน ในกรณีใช้ตามคำแนะนำหรือระมัดระวังตามสภาพของสินค้าหรือบริการนั้นแล้ว

4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับข้อสัญญาโดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ

5. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองและชดใช้ค่าเสียหาย เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคตามข้อ 1, 2, 3 และ 4 ดังกล่าว


ให้สงสัยในภาษากฎหมายกับการตีความคำว่า "โดยไม่เป็นธรรม" ซะจริงๆ แบบไหนเรียกว่าเป็นธรรม แบบไหนเรียกว่าไม่เป็นธรรม กรณีตัวอย่างมีมั้ย ?

...

พูดถึงเรื่องสิทธิ ผมมีอีกเรื่องติ๊กตอกๆ อยู่ในหัว เอาไว้ค่อยมาเขียนอีกบันทึกละกัน

No comments: