Friday, February 18, 2011

(แค่)ลูกรับประกาศนียบัตร

แม่: พ่อ ค่าเช่าชุดครุยรับประกาศนียบัตร 450 บาท
พ่อ: แค่ค่าเช่าเนี่ยนะ ไม่รับได้ปะ
แม่: ดูเหมือนเค้าจะบังคับ ถึงเค้าไม่บังคับ เด็กคนอื่นเค้ารับกันหมด พ่อจะไม่ให้ลูกรับหรือไง
พ่อ: !@#$%

...

พ่อ: แม่ วันเสาร์ที่ลูกรับประกาศนียบัตร พ่อติดอบรมสำคัญของบริษัทฯ นะ คงไปไม่ได้แน่แล้ว
แม่: อ้าว! แล้วใครจะถ่ายรูปให้ลูกล่ะ ขอเลื่อนไม่ได้เหรอ งานลูกมีแค่หนเดียวนะ โรงเรียนเค้าคงเลื่อนงานของลูกให้พ่อไม่ได้หรอก
พ่อ: ก็แม่ไง แม่ก็ถ่ายได้ ให้พ่อแม่คนอื่นถ่ายลูกกับแม่ให้ก็ได้ อบรมมี 2 รอบ แต่อีกรอบนึงก็ชนกับวันที่เราไปเที่ยวต่างจังหวัดพอดี รอบนั้นยิ่งหนัก ชนทั้งศุกร์เสาร์เลย 2 วัน
แม่: ไม่เข้าก็ไม่ได้ ?
พ่อ: ไม่เข้าอบรมก็ได้ แล้วก็ไม่ต้องเข้าบริษัทฯ อีกเลยไง
แม่: !@#$%

...

แม่: เอ้อ! ลูกคิดได้รับรางวัลเด็กที่มีพัฒนาการดีเด่นด้วยนะพ่อ
พ่อ: อะไรนะ ที่ไหนอะ
แม่: ก็วันที่จะรับประกาศนียบัตร ลูกได้รับรางวัลเด็กที่มีพัฒนาการดีเด่นด้วย มีเด็กแค่ 5 คน จากหลายร้อยคน ลูกคิดเป็นหนึ่งในนั้น
พ่อ: อ้าว! เหรอ มีใครบ้างละ
ลูก: มีหนู มีเชียร์ มีพร มีแซนต้า และก็...
แม่: วันรับประกาศนียบัตร เพื่อนลูกคิด เจ้าเก้า มีปู่ย่าตายายพ่อแม่มากันครบ ส่วนจ๋ามีตากับยายมาจากต่างจังหวัด แต่ลูกคิด ได้รับรางวัลพิเศษ จะมีแม่เพียงคนเดียว
พ่อ: !@#$%

...


ผมไม่เห็นด้วยกับการสร้างค่านิยม หลงใหลได้ปลื้มกับงานรับปริญญาบัตรมานานแล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำตัวหลุดพ้นได้ (ทั้งๆ ที่ใจไปนานแล้ว) ยุคนี้สมัยนี้ มีแม้กระทั่งงานรับประกาศนียบัตรของอนุบาล ซึ่งชีวิตผมคงต้องรอวันตายนั่นละ ถึงจะเอาตัวหลุดพ้นจากค่านิยมพวกนี้ได้

แต่พอลองมานึกย้อนกลับไป ในช่วงที่เราอายุเท่าลูกตอนนี้ ผมเรียนเก่ง สอบได้ที่หนึ่ง ได้ขึ้นรับรางวัลเรียนดีบนเวทีในงานโรงเรียนเป็นประจำ แต่ไม่เคยมีแม้ซักครั้งที่พ่อหรือแม่ ใครซักคนเข้าไปร่วมในงาน จนหลายครั้งผมก็ชิน กลับบ้านไปประกาศนียบัตรเป็นแค่กระดาษใบเดียว ที่ไม่ได้มีคุณค่าอะไรกับครอบครัวเลย แต่ลึกๆ แล้ว ครั้งใดหนใดที่เปรียบเทียบกับครอบครัวของเพื่อนๆ มันก็ทำให้รู้สึกน้อยใจพ่อแม่ขึ้นมาเหมือนกัน -- กว่าจะเข้าใจเลิกน้อยใจพ่อแม่ได้ ผมเองก็ใช้เวลาเป็น 10 ปีเลยทีเดียว

เคลียกันแล้ว อธิบายกันแล้ว ลูกคิดกับแม่ดูเหมือนจะเข้าใจพ่อ แต่กลัวว่าพอถึงวันงาน บรรยากาศรอบๆ ตัวจะพาลพาให้แม่และลูกเกิดน้อยใจพ่อขึ้นมา (แล้วก็เก็บเอาไว้) น่ะสิ

-- อีกหนึ่งบททดสอบความแข็งแกร่งของจิตใจสำหรับครอบครัว --

No comments: