Tuesday, December 27, 2011

keep walking

เป็นเวลานานหลายเดือนมาแล้วครับ นับจากบันทึกเรื่องล่าสุด ข้ออ้างต่างๆ นานา เพราะไม่มีเวลา เพราะไม่มีเรื่องฮา เพราะไม่มีเรื่องโศกา เพราะไม่มีน้ำยา หรือแม้กระทั่ง เพราะเมาสุรา ก็ว่ากันไป

แต่สำหรับบันทึกนี้ เพราะ.... อ่อนไหว วังเวง เหงา เปลี่ยวเปล่า เอกา (เออ เอากะตูสิ หาทางลงแม่กอกาจนได้)

การเดินทางของชีวิต ทุกเรื่องราวมีสิ่งสวยงามและเป็นประโยชน์เสมอ ถ้าจะมองในแง่ดี โศกเศร้าและน้ำตาไม่ได้ให้ความหมายในด้านลบเสมอไป ในความยากลำบากหนักหนาสาหัสขนาดไหน อุโมงค์นั่นจะมืดมิดเพียงใด ถ้าเพียรพยายามสักนิด อยู่กับมันสักพัก แม้ไม่มีแสงสว่างที่ปลายทางให้เห็น สายตาของตัวเราเองก็จะสามารถปรับตัวได้ จากมืดมิดกลายเป็นค่อยๆ มองเห็นอะไรขึ้นเรื่อยๆ ทีละนิดๆ แล้วเราจะอยู่กับมันได้โดยไม่ทุกข์อีกต่อไป

วัฏจักรของคนไม่ว่าเรื่องใดๆ เริ่มต้นด้วยการพบจบด้วยการลาจากเป็นสัจธรรมที่ต้องเข้าใจ และอยู่ชินกับมันให้ได้เป็นปกติ ไม่ทุกข์ไม่สุข และก็จริงอย่างที่หลายคนบอกไว้ ความสวยงามระหว่างเส้นทางนั่นต่างหาก คือสิ่งที่เราควรเสพและสูดมันเข้าไปให้เต็มที่ จะหัวเราะ จะร้องไห้ จะสุข จะเศร้า ก็เอาให้เต็มที่ ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ นั่นละคุ้มค่าแล้ว ชีวิต



"...คนเราเกิดมาในโลก แท้จริงแล้วจะมีเพื่อนร่วมทางสักกี่คน ส่วนใหญ่ที่สุดก็เป็นเพียงคนข้างทางของกันและกัน..."

(จากหนังสือ ผ่านพบไม่ผูกพัน - เสกสรรค์ ประเสริฐกุล)


แม้ต้องลงทุนด้วยเวลา แต่ไม่ได้สำคัญที่เวลา อยู่ที่เนื้อหา อยู่ที่เราพิจารณา ใครคือคนข้างทาง และใคร...คือเพื่อนร่วมทาง

ตลอดชีวิตการทำงาน ผมโชคดีมากที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือ มี "หัวหน้า" (ไม่ใช่ "เจ้านาย") ซึ่ง "ให้" เจ้านายมีเยอะครับ แต่หัวหน้ามีเพียงไม่กี่คน ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างจากใจจริงของน้องคนหนึ่ง

ผ่านแล้วไม่ผ่านเลย ผมไม่ยอมให้มันจบด้วยการจาก ทุกจอก ทุกชน ทุกอารมณ์ ทุกถ้อยคำ ผมจะเก็บมันไว้เป็นความประทับใจ และนำมันกลับมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับตัวเองเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

เพียงแค่วันนี้ยังมีลมหายใจอยู่ ชีวิตยังต้องเรียนรู้และก้าวเดินต่อไป

...

keep walking